• วินทร์ เลียววาริณ
    2 ปีที่ผ่านมา

    พูดถึงฉากจบเรื่อง Inception แล้ว ก็สมควรพูดถึงฉากจบงานอีกชิ้นหนึ่งของโนแลน คือเรื่อง Memento

    Memento เป็นหนังฉายโรงเรื่องแรกของเขา ผมดูครั้งแรกร้อง "เฮ้ย!" แล้วทำนายเลยว่า คนสร้างคนนี้จะต้องไปไกลแน่นอน

    หนังมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ มีวิธีการเล่าแนวทดลอง ฉีกแนว และโดดเด่น เดินเรื่องแบบ Non-linear narrative แต่ไปไกลกว่านั้นคือให้มันเป็นส่วนผสมของ Reverse chronology กับ Linear narrative คือเล่าจากหลังมาหน้าสลับกับท่อนจากหน้าไปหลัง  ส่วนที่เป็น Reverse chronology เล่าด้วยหนังสี ส่วนที่เป็น Linear narrative เล่าด้วยหนังขาวดำ คู่ขนานไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งหนังขาวดำจะกลายเป็นหนังสี เชื่อมทั้งสองท่อนเข้าด้วยกันเนียนสนิท

    (ใครสนใจอ่านการชำแหละหนังเรื่องนี้แบบซีนต่อซีน ควรอ่าน เขียนไปให้สุดฝัน https://www.winbookclub.com/store/detail/135/เขียนไปให้สุดฝัน เป็นหนังสือสอนเขียนหนังสือจากประสบการณ์ตรงของผม)

    (มีสปอยเลอร์)

    ตัวละครหลัก (เลนเนิร์ด) ไม่ต้องการจำสิ่งที่ตัวละครอีกคน (เท็ดดี) บอกเขา เขาต้องการลืมสิ่งที่เท็ดดีหลอกให้เขาทำ เขาจึงเขียนหลังรูปเท็ดดี “อย่าเชื่อคำโกหกของมัน”

    เขาเผารูปถ่ายศพจิมมี เขาเขียนโน้ตให้ตัวเองไปสักเลขป้ายทะเบียนรถของเท็ดดีบนตัว เพราะเขาต้องการให้เท็ดดีเป็น จอห์น จี. คนต่อไป เขาขับรถจากัวร์ของจิมมีไป เขาจอดหน้าร้านสัก (tattoo)

    หนังจบตรงนี้ เป็นการจบที่ชาญฉลาด ทำให้ไคลแม็กซ์ไปอยู่ที่ท้ายเรื่องได้ การจบเป็นการเริ่มกระบวนการล่า ‘จอห์น จี.’ อีกรอบ การเล่าเรื่องย้อนไปมาก็สะท้อนสภาพจิตสับสนของตัวละครหลักซึ่งเป็นคนฆ่าเมียของเขาเอง

    ในฉากสุดท้ายเขาขับรถมองร้านรวงสองข้างทาง แล้วทันใดนั้นรถก็หยุดกึกหน้าร้าน tattoo หนังตัดจบ

    ฉับพลัน ฉับไว เฉียบขาด ทรงพลัง

    โอ้โฮ! สุดยอด คุณพี่คิดได้ไงเนี่ย

    หลังจากสร้างหนังมาสิบกว่าเรื่อง ผมยังเห็นว่า Memento เป็นหนังที่ดีที่สุดของโนแลน (จนถึงวันนี้)

    ทุนต่ำ ความคิดสร้างสรรค์เกินร้อย

    วินทร์ เลียววาริณ 20-6-2566

    0
    • 0 แชร์
    • 96

บทความล่าสุด