-
วินทร์ เลียววาริณ1 ปีที่ผ่านมา
เล่าเรื่องจอมพลสฤษดิ์ต่อ
ช่วงเวลาที่จอมพลสฤษดิ์ไปรักษาตัวในสหรัฐฯ พล.ท. ถนอม กิตติขจร ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี สถานการณ์การเมืองในไทยวุ่นวาย ทะเลาะกันจน พล.ท. ถนอม กิตติขจร ปวดหัว ไม่อยากเป็นนายกฯแล้ว เพราะคุมสถานการณ์ไม่อยู่
จอมพลสฤษดิ์บินกลับมาเมืองไทยเงียบ ๆ คุยกับนายกรัฐมนตรี ‘นอมินี’ พล.ท. ถนอม กิตติขจร “สภาผู้แทนฯวุ่นวาย คุมไม่อยู่ ส.ส. ยุ่งเหมือนยุงตีกัน ทะเลาะกันได้ทุกเรื่อง ส่วนหนังสือพิมพ์ก็ด่ารัฐบาลทุกวันด่าคุณด้วย”
“ยุ่งนักก็ยึดอำนาจ เปลี่ยนเป็นเผด็จการ”
วันจันทร์ที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ สถานีวิทยุกระจายเสียงประกาศข่าวการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ. ถนอม กิตติขจร จอมพลสฤษดิ์ขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุด
หลังยึดอำนาจครั้งนี้ สื่อต่าง ๆ ถูกปิดปากทันที ล่ามโซ่แท่นพิมพ์หลายแห่ง นักหนังสือพิมพ์จำนวนมากถูกจับกุม ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องมือชิ้นสำคัญคือมาตราที่ ๑๗ แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๐๒ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งการได้อย่างกว้างขวาง สามารถสั่งลงโทษประหารชีวิตโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม
ผมเกิดทันสมัยนั้น ได้ยินผู้ใหญ่บอกว่า จอมพลสฤษดิ์ปกครองได้สะเด็ดยิ่งนัก ยิงเป้าโจรเป็นว่าเล่น
จอมพลสฤษดิ์ชอบไปคุมการดับเพลิง เมื่อเกิดอัคคีภัย และมีมาตรการป้องกันไฟไหม้ที่ไม่เหมือนใครในโลก นั่นคือยิงเป้าผู้วางเพลิง ณ จุดเกิดเหตุ
เขาประกาศว่าใครก็ตามที่วางเพลิงจะต้องโทษอย่างสาสม
วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ไฟไหม้ฝั่งธนบุรี นายซ้ง แซ่ลิ้ม เป็นผู้ต้องหาวางเพลิง จึงถูก ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’
คำสั่งยิงเป้าจบด้วยประโยค “ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจกระทำในครั้งนี้ และข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”
นายซ้งถูกยิงเป้าริมกำแพงวัดมหาธาตุ ด้านหอสมุดวชิรญาณ
ไม่ถึง ๔๘ ชั่วโมงต่อมา เกิดไฟไหม้ที่ตลาดพลู ผู้ต้องหาวางเพลิงคือสองพี่น้อง นายจำนง แซ่ฉิ่น และนายซิวหยิ่น แซ่ฉิ่น ถูกยิงเป้าที่ลานวัดอินทารามหรือวัดใต้
การยิงเป้ามือวางเพลิง หรือผู้ต้องสงสัยเป็นมือวางเพลิงดำเนินไปอีกหลายครั้ง
อัตราเพลิงไหม้ในประเทศลดต่ำลงทันตาเห็น
เวลานั้นกรุงเทพฯเต็มไปด้วยอันธพาล บางครั้งอยู่ในสังกัดของตำรวจ ด้วยหลัก ‘เลี้ยงโจรไว้ปราบโจร’
ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากเป็นนายกฯเผด็จการ อันธพาลหายเกลี้ยงไปจากเมือง เมื่อถูก ‘อุ้ม’ ไป ‘อบรม’
ถัดจากนั้นก็ถึงคิวปราบฝิ่น ท่านผู้นำสั่งให้ยุบร้านค้าจำหน่ายฝิ่นทั้งหมดภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๐๒
ขีดเส้นตายวันฝิ่นหมดสิ้นจากแผ่นดินไทยคือ ๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒
ไม่มีใครกล้าสวนคำสั่งนี้ เพราะกลัวประโยค “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”
จอมพลสฤษดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า การเลิกฝิ่นทำให้ประเทศเสียรายได้ปีละนับร้อยล้านบาท แต่จำเป็นต้องทำ
“เราต้องทำเพราะเกี่ยวกับเกียรติภูมิของคนไทยทั้งชาติ อับอายขายหน้าเขาเหลือเกิน ฝรั่งมาเมืองไทย ที่ดี ๆ มีถม ไม่ยักกะถ่ายรูป กลับไปถ่ายรูปคนนอนโรงยาฝิ่นไปลงหนังสือพิมพ์ ดูคล้ายกับว่าเป็นของแปลก ทำให้เข้าใจกันว่าคนไทยทั้งชาติมัวเมางมงายอยู่กับยาเสพติด บ้านเมืองชาติอื่นเขาเจริญก้าวหน้าไปถึงไหน ๆ แล้ว เราจะมาหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร”
การลดฝิ่นค่อย ๆ ทำไป จนถึงเส้นตาย ๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒ นายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่า หากพ้นคืนนี้ไปแล้ว ยังมีคนยุ่งกับฝิ่น จะจัดการสถานหนัก
‘สถานหนัก’ ของจอมพลสฤษดิ์แปลว่าลูกปืน
ท่านผู้นำสั่งให้รวบรวมฝิ่นและอุปกรณ์สูบที่ยึดมากองพะเนินกลางท้องสนามหลวง แล้วจุดไฟเผาให้สิ้นซาก
ช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ บริหารประเทศ ไม่มีพ่อค้าคนใดกล้ากักตุนหรือขึ้นราคาสินค้า เพราะเกรงกลัวการขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวของท่านผู้นำ
ประเทศไทยยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มีความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง ทั้งด้วยวิธีการปกครองแบบเฉพาะตัวของนายกฯ และปัจจัยจากภายนอก นั่นคือการแพร่ระบาดของลัทธิคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้
เวลานั้นเวียดนามถูกแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ด้วยเส้นขนานที่ ๑๗ องศาเหนือ สหรัฐอเมริกาเชื่อเรื่องทฤษฎีโดมิโน นั่นคือหากเวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศที่เหลือในคาบสมุทรแหลมทองจะกลายเป็นพื้นที่สีแดงทั้งหมด
ประเทศไทยจึงเป็นกันชนสำคัญที่สุด สหรัฐฯจึงต้องการตั้งฐานทัพในประเทศไทย และการพัฒนาชาติให้เจริญเป็นภาคบังคับ ด้วยความเชื่อว่า หากประเทศเจริญขึ้น คอมมิวนิสต์จะไม่มีข้อแม้ในการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ผลที่ตามมาคือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๑ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๔ – ๒๕๐๙ กระจายความเจริญออกไปสู่ภูมิภาค สร้างถนนหนทางใหม่ ๆ สนามบิน ท่าเรือ เขื่อนผลิตไฟฟ้า สาธารณูปโภค สาธารณูปการ พัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า ส่งเสริมการลงทุน ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว
ปรากฏคำโฆษณาชวนเชื่อว่า “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ”
สิ่งสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในยุคจอมพลสฤษดิ์อาจคือแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ มันเป็นแผนแม่บทของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๔ รัฐบาลออกพระราชบัญญัติสภาการศึกษาแห่งชาติ ประกาศขยายการศึกษาภาคบังคับของชาติ จากชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗
นี่ทำให้โดยภาพรวม ประเทศไทยในยุคจอมพลสฤษดิ์มีการพัฒนามากในระดับหนึ่ง
จอมพลสฤษดิ์ออกประกาศยกเลิกรถจักรยานสามล้อรับจ้างในจังหวัดพระนครและธนบุรี เนื่องจากปัญหาการจราจรและความสะอาดเรียบร้อย สั่งนำเข้ารถยนต์สามล้อยี่ห้อไดฮัทสุจากประเทศญี่ปุ่นมาทดลองใช้เป็นครั้งแรกในย่านเยาวราช มันกลายเป็นต้นแบบของรถตุ๊กตุ๊ก
หนังสือพิมพ์ Newsweek เขียนถึงจอมพลสฤษดิ์ว่า เขาบริหารประเทศในแนวเดียวกับ ฟีออร์เรลโล ลา กัวร์เดีย (Fiorello H. La Guardia) อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ผู้มีชื่อเสียงเรื่องเป็นผู้ขยันสร้างความเจริญให้นิวยอร์กมากที่สุด
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีเผด็จการจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ ด้วยโรคไตพิการเรื้อรัง อายุ ๕๕ ปี รวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ๔ ปี ๙ เดือน ๒๘ วัน
ยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยังเป็นที่กล่าวขานถึงจนปัจจุบัน เพราะเป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจเผด็จการรูปแบบเฉพาะตัวปกครองประเทศ
ถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี ยังเป็นเครื่องหมายคำถามอีกนานแสนนาน
............................
จาก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม / วินทร์ เลียววาริณ
โปรโมชั่นสุดคุ้ม สั่งทาง Shopee https://shope.ee/30QSjhDgNg?share_channel_code=6
สั่งทางเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/176/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B9%91-%E0%B9%95%20+%20%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9
0- แชร์
- 189
-

ผู้อ่านหลายคนถามมาเป็นระยะว่า ทำไมในบทความ Geopolitics สะกดชื่อ Isrxx เป็นอิษราเอร สหรัฐฯเป็นสะหะรัด ฯลฯ
ก็ขอบอกคนที่ยังไม่รู้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันแพลตฟอร์มเพ่งเล็งหรือลงโทษ
เพจนี้เคยโดนมาแล้ว ข้อหา "ขัดมาดตระถานฌุมฌน" เพจหายไประยะหนึ่งเพื่อให้คนเขียนสำนึกผิด
กลัวแล้วจ้ะ
หลังเหตุการณ์ 9-11 ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับสะหะรัดอ่านการสื่อสารทุกช่องทางทั่วโลก หากใครคนหนึ่งเอ่ยคำว่า ก่อการร้าย / ระเบิด / พลีชีพ ฯลฯ ทางโทรศัพท์หรืออีเมล ใครคนนั้นจะถูกหมายหัวและตรวจสอบทันที
หากใช้คำพูดจากนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ ก็คือ “Big Brother is Watching You.”
ตอนนี้ดูเหมือนพฤติกรรมแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นบนหน้าเพจทั่วโลก มีคนจงใจสะกดชื่อประเทศนี้ผิด
นี่คืออำนาจของสื่อ ทำให้คนแสดงความเห็นต้องเซ็นเซอร์ตัวเองในระดับหนึ่ง
ก็หวังว่าคงไม่รำคาญตามากเกินไป
มีคำคำหนึ่งที่อิษราเอรใช้ตั้งข้อหาผู้เห็นต่าง เป็นข้อหาที่ชาวโลกเจอบ่อยมาก
คือคำว่า Antisemitic หมายถึงการแสดงความเกลียดชังชาว Jeว
บ้านเราเคยมีสื่อและคนดังบางคนลงรูปหรือสวมเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซี จะโดนสถานทูตอิษราเอรต่อต้านอย่างแรง ข้อหา Antixx นี้หนักกว่าด่าพ่อด่าแม่อีก จนต้องยอมขอโทษ
แผงขายเสื้อยืดตรานาซีที่ตลาดจตุจักรก็โดน
ความจริงเครื่องหมายสวัสติกะนี้เป็นสัญลักษณ์ทางพุทธและฮินดูมานานหลายพันปีแล้ว จนเมื่อนาซีนำไปเป็นโลโก้ ความหมายจึงถูกใช้ไปทางลบ
นักการเมืองในตะวันตกหลายคนก็ต้องขอโทษ หากถูกตั้งข้อหานี้ บางคนอาจต้องหลุดจากตำแหน่งด้วยซ้ำ
พวก Jeว ใช้ข้อหา Antixx เป็นอาวุธมานานหลายสิบปี จนตอนนี้คนเริ่มเบื่อ เพราะพฤติกรรมรุนแรง รุกรานแผ่นดินอื่นทำให้คนเป็น Antixx ไปค่อนโลก
ความจริงชาวโลกควรตั้งข้อหาใหม่บ้าง นั่นคือ Antihumanity (ต่อต้านมนุษยชาติ)
เพราะการก่อสงครามโดยไม่ใช่การป้องกันตัว ก็คือเป็นศัตรูกับมนุษยชาติ
เราอยู่ในโลกที่คนมีอาวุธมากกว่าตั้งกฎว่าอะไรถูก อะไรผิด ถ้าเขาทำอย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตย หากเราทำอย่างเดียวกันเรียกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ
ก็นะ! คนตัวใหญ่กว่าทำอะไรก็ถูกต้องไปหมด พวกนี้เป็นเจ้าของศีลธรรม ความถูกต้องทั้งมวล
“All animals are equal, but some animals are more equal than others.”
ในนวนิยาย 1984 ของ จอร์จ ออร์เวลล์ อีกเช่นกัน มีองค์กรที่เรียกว่า Ministry of Peace กับ Ministry of Truth
กระทรวงแห่งสันติภาพ (Ministry of Peace) มีหน้าที่ก่อสงคราม กระทรวงแห่งความจริง (Ministry of Truth) มีหน้าที่โกหก
จอร์จ ออร์เวลล์ เขียนในเรื่องนี้ว่า "ภาษาการเมืองออกแบบมาเพื่อให้คำโกหกฟังดูจริง และการฆ่าคนเป็นเรื่องน่าเคารพ"
Ministry of Peace นี่ฟังดูคล้ายๆ Board of Peace ชอบกล แต่เราอย่าลงลึกเลย เดี๋ยวโดน Mos เบอร์เกอร์ เอ๊ย! Mosสาด ส่งคนมาฆ่าผู้เขียนทิ้ง ข้อหา Antiteen (กวนตีน)
ซวยเลย ตายแล้วก็ไม่ได้ซักผ้า
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-261 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

ปิดรับออร์เดอร์โปรโมชั่นชุดเต็มกล่อง วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ก่อนงานเลิกวันที่ 6 เมษายน
รายการหนังสือ
1 รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง ราคาปก 195.-
2 ความฝันโง่ ๆ ราคาปก 185.-
3 เบื้องบนยังมีแสงดาว ราคาปก 185.-
4 อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ราคาปก 185.-
5 ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน ราคาปก 195.-
6 จุดเทียนทั้งสองปลาย ราคาปก 215.-
7 สองแขนที่กอดโลก ราคาปก 215.-
8 ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว ราคาปก 215.-
9 ในหลุมรัก ราคาปก 210.-
10 ยาเม็ดสีแดง ราคาปก 210.-
11 ความสุขเล็กๆ คือความสุข ราคาปก
12 สองปีกของความฝัน ราคาปก 190.-
13 หลับถึงชาติหน้า ราคาปก 245.-
14 บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเราเอง ราคาปก 215.-
15 1% ของความเป็นไปได้ ราคาปก 210.-
16 รอยยิ้มใต้สายฝน ราคาปก 210.-
17 คำที่แปลว่ารัก ราคาปก 190.-
18 โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ราคาปก 260.-ราคาปกรวม 3,620.-
แถม 2 เล่มคือ ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงพาไป และ เศษกระดาษมูลค่ารวมเล่มแถม = 4,010.-
ลดเหลือ 2,200.- (รวมค่าส่งแล้ว)เฉลี่ยเล่มละ 110 บาทเท่านั้น
สั่งซื้อได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊คนี้
โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใดหมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง
2 วันที่ผ่านมา -
2 วันที่ผ่านมา -

ซื้อได้ในงานหนังสือ หรือจากเว็บไซต์
Mini Zen
https://www.winbookclub.com/store/detail/185/Mini%20ZenMini Tao
https://www.winbookclub.com/store/detail/242/Mini%20TaoMini Stoic
https://www.winbookclub.com/store/detail/253/Mini%20Stoic%20+%20ค่าส่งMini Wabi-sabi
https://www.winbookclub.com/store/detail/260/Mini%20Wabi-sabi2 วันที่ผ่านมา
