-
วินทร์ เลียววาริณ1 ปีที่ผ่านมา
ลงเรื่อง ฟ. ฮีแลร์ และบทอาขยาน “วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล" แล้ว หลายคนเข้าใจว่า ฟ. ฮีแลร์ เป็นผู้แต่งบทนี้
จากข้อมูลหลายแหล่ง โดยเฉพาะของ รศ. ดร. สุภาพร คงศิริรัตน์ อาจารย์ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ชี้ว่า ฟ. ฮีแลร์ไม่ได้แต่งบทนี้
บทอาขยานที่นักเรียนในสมัยก่อน (รวมทั้งผม) เรียน มาจาก ดรุณศึกษา เล่ม 3 เนื้อความว่า
“วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามาจงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบนิ้วเป็นสายระยาง สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียงสติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคาปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลมขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไปจึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา...............
พึงสังเกตว่า ในบท 'วิชาเหมือนสินค้า' นี้เขียนว่า "สองเท้าต่างสมอใหญ่"
แต่ในดรุณศึกษาฉบับแรกของ ฟ. ฮีแลร์ ใช้ว่า "สองเท้าต่างสมอไม้"
และชื่อเรื่องของฉบับ ฟ. ฮีแลร์ ก็ไม่ใช่ 'วิชาเหมือนสินค้า' แต่คือ 'ยานนาวาวิเศษ'
ในยุคที่ ฟ. ฮีแลร์ เข้ามาสยามนั้น เป็นปลายรัชกาลที่ 5 มีเรือกลไฟแล้ว และใช้สมอเหล็ก มีแต่เรือสำเภาไทยยุคต้นรัตนโกสินทร์จึงใช้สมอไม้ผูกด้วยหิน
ในฉบับแรกนั้น ฟ. ฮีแลร์ ได้วงเล็บตอนท้ายบทว่า "ของบุราณ" ให้เครดิตว่าบทนี้เป็นงานเก่า ยกมาพิมพ์ใหม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครแต่ง
แล้วใครเป็นคนแต่งบทอาขยานนี้กันแน่?
เมื่อสืบค้นดูก็พบว่าคนแต่งคือ หมื่นพรหมสมพัตสร (นายมี) กวีและจิตรกรในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่งบทประพันธ์ไว้มากมาย
และหลักฐานก็ชัดเจนว่า “วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล" อยู่ในบทที่ 41 ของหนังสือ ศรีสวัสดิวัตร เชื่อว่าแต่งช่วงที่นายมีบวชเป็นพระในวัดพระเชตุพนฯ แต่งมาสอนเด็กวัด
ก็ว่าตามหลักฐานนะครับ
วินทร์ เลียววาริณ
23 เมษายน 25680- แชร์
- 1863
-

ปัญหาใหญ่ที่สุดของชาวโลกส่วนมากคือ ถ้าไม่ใช้ชีวิตในอดีต ก็ในอนาคต
หมกมุ่นหม่นหมองกับอดีตและวิตกกังวลถึงอนาคต
แต่ความจริงคือ ไม่ว่าจะจมอยู่ในปลักอดีตหรือกังวลในเรื่องอนาคต ก็คือการใช้เวลาปัจจุบันนั่นเอง เพราะเราอยู่ได้เฉพาะในเวลาปัจจุบันเท่านั้น
บางทีอาจจะมีจักรวาลอื่น ๆ ที่เราสามารถอยู่ในอดีตหรืออนาคตได้พร้อมกัน แต่ไม่ใช่จักรวาลที่เราอยู่ ณ ตอนนี้
เหมือนการดูหนังที่เรื่องไหลต่อเนื่อง แต่ความจริงคือหนังทั้งเรื่องประกอบด้วยเฟรมภาพเอกเทศมากมาย แต่ละเฟรมเป็นเอกเทศของมันเอง ทว่าเมื่อฉายเรียงลำดับ ก็ดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่ไหลต่อเนื่อง
เรามีชีวิตอยู่ทีละหนึ่งวินาที หรือเสี้ยววินาที หากเราอยากแบ่งให้ละเอียดลงไปอีก
โลกไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแค่วินาทีนี้เท่านั้น
ทุกขณะจิตบนโลกคือ ‘เฟรมหนังปัจจุบัน’
‘เฟรมปัจจุบัน’ นี้สั้นแสนสั้น จึงไม่ควรเสียไปกับการนึกถึงเฟรมก่อนหน้า หรือเฟรมที่ยังมาไม่ถึง
ดังที่ปราชญ์โรมัน เซเนกา เขียนว่า “จงใช้ชีวิตทันที และนับทุก ๆ วันเป็นชีวิตเอกเทศ”
การจมในความคิดอดีตกับการวิตกเรื่องอนาคตจึงเป็นการผลาญเวลาปัจจุบันไปฟรี ๆ เหมือนเผาน้ำมันขณะจอดรถอยู่กับที่ ตอนรถติด
แต่รถติดในทางจิตนั้นอาจแพงกว่าเผาน้ำมันตอนรถติดมากนัก
การหมกมุ่นกับเรื่องไม่ดีที่ผ่านมาแล้วหรือยังไม่เกิดขึ้นอยู่ในรูปของความคิดในหัวของเรา ณ ขณะจิตปัจจุบัน จับต้องไม่ได้ มันเป็นขยะที่เราไม่ยอมทิ้ง
ดังนั้นการจมในความคิดอดีตกับการวิตกเรื่องอนาคตก็คือการใช้สมองเก็บขยะ
ขณะที่เราวิตกถึงอนาคต เหตุการณ์นั้นยังไม่มีตัวตน ยังไม่เกิดขึ้น และอาจจะไม่เกิดขึ้น มันเป็นแค่จินตนาการที่ไม่มีอำนาจเปลี่ยนอนาคตใด ๆ แต่สามารถทำให้ปัจจุบันขณะของเราหดหู่โดยไม่จำเป็น
ถ้าเราไม่ใช้ชีวิต ณ วินาทีปัจจุบัน ก็เท่ากับไม่มีชีวิตหรือสูญเสียวินาทีนั้นไปโดยเปล่าประโยชน์
ถ้าไม่ใช้วินาทีที่ปรากฏตัวอยู่แวบเดียว มันก็เสมือนไม่มี เราก็เป็นแค่คนตาย เพราะไม่ได้ทำอะไร
เสียเวลาเปล่า
เซเนกาเขียนว่า “มันไม่ใช่ว่าเรามีเวลาน้อย แต่เพราะเราเสียเวลาไปมากต่างหาก ชีวิตที่เราได้รับมาไม่สั้นเลย แต่เราทำให้มันสั้นเอง มันไม่ใช่เราไม่ได้รับอย่างเพียงพอ แต่เราใช้มันไปอย่างเปล่าประโยชน์”
การเจียดเวลาปัจจุบันไปใช้ในอดีตและอนาคต เท่ากับเปลืองทรัพยากร เปลืองอายุ
บางคนอายุยืน 80 ปี แต่ใช้จริง ๆ ไม่ถึงครึ่ง เพราะละลายเวลาที่เหลือไปกับอดีตที่ผ่านไปแล้ว และอนาคตที่ไม่มีตัวตน
เล่าจื๊อกล่าวว่า “หากเจ้าหดหู่ เจ้ากำลังอยู่กับอดีต
หากเจ้าวิตก เจ้ากำลังอยู่กับอนาคต
หากเจ้ามีความสงบ เจ้ากำลังอยู่กับปัจจุบัน”ปัญหาใหญ่ที่สุดของชาวโลกส่วนมากคือ เราถูกสอนแต่เด็กให้คิดถึงแต่อนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่ปัจจุบันที่ดี
เราถูกสอนให้นึกถึงเป้าหมาย และเดินไปให้ถึงเป้าหมายนั้น นี่ทำให้หลายคนตีความผิด คิดว่าอนาคตสำคัญกว่าปัจจุบัน
การวางแผนอนาคตไม่ใช่การใช้อนาคต มันก็คือแผนหรือโครงหลวม ๆ ให้เรารู้ แต่ไม่ใช่การใช้ชีวิตกับอนาคต ตัวอย่างที่ชัดที่สุดก็คือความวิตกกังวลในเรื่องของอนาคต เราจะล้มเหลวไหม เราจะสอบตกไหม เราจะ ฯลฯ
จนในที่สุดเราก็กลายเป็นคนที่ไม่มีปัจจุบัน
มองในมุมนี้ คนไร้ ‘อนาคต’ ไม่น่าเป็นห่วงเท่าคนไร้ ‘ปัจจุบัน’!
คนมีปัญญาจึงนับทุก ๆ วันเป็นชีวิตเอกเทศ
วินทร์ เลียววาริณ
1-6-26จาก ตัวสุขอยู่ในหัวใจ
260 บาท 49 บทความ เรื่องละ 5.3 บาท
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/211/ตัวสุขอยู่ในหัวใจทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395
0 วันที่ผ่านมา -

วันสุดท้ายของเดือนห้า ฝนตกหนักทั่วกรุง แล้วจู่ๆ ผมก็นึกได้ว่า นอกจากฉากฟ้ากลางคืนแล้ว ผมใช้ฉากฝนตกในเรื่องสั้นและนวนิยายหลายเรื่องมาก
ยกตัวอย่าง
..............................
จากเรื่อง คนแปลกหน้า ปรัชญาที่สวนสาธารณะ (อาเพศกำสรวล)
พิรุณพิโรธเทลงมาตลอดคืนวันเสาร์ พายุอึงคะนึง เมฆดำลอยเรี่ยต่ำราวจะแตะยอดหลังคาบ้านเรือน ท้องฟ้าคล้ายกระดาษขาวผืนใหญ่ที่ฉ่ำน้ำดังถูกพู่กันจุ่มสีชุ่มโชก กดหยดสีลงบนแผ่นฟ้ากว้างขาวชื้นซึมออกเป็นวงกว้าง ตั้งแต่หัวค่ำสายฝนใหญ่คล้ายผ้าขี้ริ้วผืนมหึมากวาดซับชำระสิ่งสกปรกออกจากทุกอณูอากาศ หลังคาอาคารบ้านเรือน ถนน บาทวิถี เสาไฟฟ้า ทางม้าลาย และต้นไม้ที่มีฝุ่นเกาะชั่วนาตาปี คราบละอองทั้งหมดไหลตามน้ำจากฟ้าลงสู่ท่อระบายน้ำ ครั้นรุ่งสางฟ้าหมาดฝน เมืองเทพก็สะอาด แต่ยังมีหยาดน้ำเกาะพราว
........................
นวนิยาย ฝนตกขึ้นฟ้า
ต่างคนต่างเงียบไปอีกนาน เขาเหม่อมองภาพเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย
"คุณมองอะไรคะ?"
"ฝนตก"
หล่อนเปรยลอย ๆ "แปลกนะ"
"อะไรแปลก?"
"คุณมองฝนตกแน่วนิ่ง เหมือนฤาษีเข้าฌานเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นฝนตกธรรมดา"
"สำหรับผม มันไม่ธรรมดา"
"ยังไงคะที่ว่าไม่ธรรมดา?"
"ฝนตกขึ้นฟ้า..." เขาพึมพำ
"หมายความว่าอะไรคะ?"
"ช่างเถอะ มันไม่สำคัญหรอก"
..............................
นวนิยาย ปีกแดง
ฝนพรำทั่วทุ่งกว้างที่ร้างผู้คน ไกลออกไปเป็นเงาราง ๆ ของเทือกเขา ท้องฟ้าเบื้องบนซีดราวผ้าขาวที่ถูกซักมานานปี เหนือเส้นขอบฟ้าปรากฏร่างชายคนหนึ่งเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า
เขาก้าวผ่านเศษซากของสงคราม เขามาดิ้นรนไขว่คว้าสิ่งที่เขามองไม่เห็น ณ ที่นี่เพื่ออะไร หากมิใช่เพราะคำว่า ความรัก!
เขาคงเป็นบ้าไปเป็นแน่ แผ่นดินใหญ่เช่นนี้ จะตามเด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งได้ที่ใด
ฝนพรำแผ่ทุ่งกว้าง น้ำไหลผ่านหน้า แยกไม่ออกว่าหยดใดคือน้ำฝน หยดใดคือน้ำตา
บางทีโศกนาฏกรรมแห่งความรักจะไม่มีวันจบ
เพราะความรักที่แท้คือความทุกข์อย่างหนึ่ง?
..............................
นวนิยาย ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน
สายฝนเทลงมาจากฟ้าเหมือนกระแสธารบ้าคลั่ง กระแสลมพัดตีมันกระจัดกระจายเป็นเม็ดฝนพร่างพรม หยดน้ำร้อยพันเม็ดก่อตัวบดบังกระจกหน้ารถ ก้านปัดน้ำฝนปัดซ้ายปัดขวาสุดแรง แล้วหยดฝนชุดใหม่ก็ก่อตัวมาบดบังกระจกหน้าอีก แต่กระนั้นพายุสายฝนเดือนกันยายนดูจะไม่สามารถทำให้คนในรถซีตรองคันนั้นประหวั่นพรั่นพรึง แม้เบื้องหน้าจะมีความตายรออยู่ก็ตาม เพราะเบื้องหลัง มัจจุราชอีกตัวกำลังตามมาติด ๆ
..............................
นวนิยาย 16 องศาเหนือ
แล้วการรบก็อุบัติ เสียงปืนกลแผดขึ้นเป็นระยะ สลับกับเสียงฟ้าคำราม แล้วห่าฝนก็เทลงมาอย่างหนัก พวกเขาหลบในดงไม้ เปียกฝนทั้งตัว พื้นดินรอบตัวค่อย ๆ กลายเป็นโคลนเลน จนยากที่ทั้งสองฝ่ายจะรุกหน้า
..............................
นวนิยาย 17 องศาเหนือ
เขาทอดสายตาออกนอกหน้าต่าง มองลงไปที่ลำคลอง ไม่มีหิ่งห้อยแล้ว แสงแรกของวันโอบกอดต้นไม้กับสายน้ำอย่างทะนุถนอม มันมาเยือนพร้อมเม็ดฝนหลงฤดู ฝนกำลังโปรยเม็ดบางเหมือนหยดน้ำค้าง เรือแจวบรรทุกผลไม้ลำหนึ่งเคลื่อนผ่านเขาไป
..............................
เรื่องสั้น สะพาน (เส้นสมมุติ)
“เราสองคนชอบเดินเล่นบนสะพานโอฮาชิ สะพานเป็นจุดที่เราเห็นคนทุกประเภทเดินผ่านไปมา นางกล่าวว่า คนเหล่านี้ไม่เคยเดินทางไกล ทำงานวันต่อวัน มีทิศทางของแต่ละคนเหมือนกันทุกวัน เวลานั้นฝนก็เทลงมาขณะที่เราอยู่กลางสะพาน เราวิ่งหนีฝน แต่นางกลับยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกดจากอำนาจบางอย่าง เราถามนางว่านางมองอะไร นางตอบว่ามองผู้คนที่วิ่งหนีฝน แต่ละชีวิตมีทิศทางของพวกเขา พวกเขาเป็นชาวนา พ่อค้า ซามูไร คหบดี ขอทาน แต่เมื่อฝนเทลงมากะทันหัน ทุกคนก็ถูกสายฝนบังคับให้วิ่ง พวกเขามีเพียงสองทาง คือซ้ายหรือขวา ในชั่วขณะสั้น ๆ นั้น สายฝนเป็นตัวกำหนดชีวิตของคนเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง เราถามว่าหากให้เลือก นางจะไปทางใด นางบอกว่าจะไปทางซ้าย เดินทางกลับบ้านเกิดของนาง ในขณะจิตนั้นเราคิดอยากสลัดทิ้งทุกอย่างที่เรามี แล้วเดินทางไปกับนาง..."
..............................
เรื่องสั้น ก้อนเนื้อในน้ำ (ในชุด น้ำแข็งยูนิตตราควายบิน)
เงาที่เดินตามหยุดที่หน้าอพาร์ตเมนท์
ห้องยามบ่ายสลัวราง อากาศเย็นชื้น
อาจเป็นเพราะกลิ่นหอมจางๆ ที่เส้นผมของเธอ เส้นผมที่เปียกบางส่วนเพราะถูกฝน อาจเป็นเพราะฝนยามบ่ายที่ทำให้ห้องนั้นสลัวราง อาจเป็นเพราะการมองแบบนั้น...
"เป็นอะไรไปคะ ไม่สบายรึเปล่า?" เธอถามผม
"คงเป็นไข้ สงสัยโดน ฝน " (ตัวละครหญิงชื่อฝน)
เอ้อ! ขออนุญาตตัดจบก่อนดีกว่า เพราะมันตามมาด้วยฉากเซ็กซ์
ไม่ค่อยเหมาะนะ วันนี้วันพระ
วินทร์ เลียววาริณ
31-5-260 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

เมื่อวานนี้คุยเรื่องฟอนต์วินทร์ ซึ่งเกิดจากความจำเป็นต้องออกแบบปกหนังสือ ก็บังเอิญตรงกับข่าวเรื่องฟอนต์เมื่อสองสามวันก่อน
เป็นฟอนต์ของนักออกแบบวัย 72 คนหนึ่ง
จัดเป็น accidental designer
รปภ.วัย 72 คนหนึ่งชื่อ Shuetsu Sato ทำงานที่สถานีรถไฟฟ้าชินจูกุที่โตเกียว
ในปี 2004 มีการปรับปรุงสถานีชินจูกุ เจ้านายสั่งให้ซาโตะทำหน้าที่ช่วยนักเดินทางที่อาจหลงทาง
วิธีแก้ของเขาคือทำป้ายขึ้นมาติดตั้งตามจุดต่างๆ เพื่อบอกทิศทาง
วิธีทำป้ายของเขาคือใช้เทปกาวสีต่างๆ ทำเป็นตัวหนังสือ ลูกศร ฯลฯ
ตรงรอยหักของตัวอักษร ก็ใช้คัตเตอร์กรีดให้เป็นเส้นโค้งมน เพื่อความงาม
ป้ายของเขาได้ผล ทำให้ทางสถานีใช้เขาทำป้ายเพิ่มอีก
ทันใดนั้นงานป้ายของซาโตะก็แพร่ไปทั่งประเทศ เขาได้รับการขอให้ช่วยทำป้ายไปทั่ว บางสถานีตอบแทนเขาด้วยแชมพูสระผม บางสถานีมอบถุงเท้าใหม่ให้เขา
ฟอนต์ใหม่ของเขาไปเข้าตาคนจำนวนมาก ไม่นานงานใหม่ก็ไหลมา มีคนชวนเขาไปทำงานด้านพาณิชยศิลป์ งานโฆษณา เขาก็ทำเพราะความสนุก มีสินค้าดังๆ หลายยี่ห้อ เช่น Nintendo, Suntory, Nike
คนเราเมื่อทำด้วยใจรัก และพอมีหัวศิลป์ งานก็ออกมาดี
ฟอนต์นี้ตั้งชื่อตามชื่อเขา เรียกว่าฟอนต์ 'Shuetsu-tai'
ต้องรีบตั้งชื่อ ไม่งั้นโดนเพื่อนบ้านเราเคลมแน่
วินทร์ เลียววาริณ
30-5-261 วันที่ผ่านมา -

ศิษย์เซนคนหนึ่งนาม ยามะโอกะ เท็ตชู ไปหาอาจารย์เซนคนแล้วคนเล่า วันหนึ่งเขาไปพบอาจารย์โอกิโนะ โดกุอน (1819-1895) เจ้าอาวาสวัดโชฟุคุ ซึ่งเป็นพระสาย รินไซ เซน ชาวญี่ปุ่นช่วงรอยต่อสมัยโทคุกาวะกับเมจิ (ประมาณศตวรรษที่ 19)
เขาอยากแสดงสิ่งที่เขาได้ค้นพบ กล่าวว่า "จิต พุทธะและสรรพสัตว์ที่รู้สึกได้ ที่จริงแล้วก็ไม่มีตัวตน ธรรมชาติที่แท้ของปรากฏการณ์คือความว่างเปล่า มันไม่มีการค้นพบ ไม่มีมายา ไม่มีปราชญ์ ไม่มีคนธรรมดา ไม่มีการให้ และไม่มีการรับ"
โดกุอนซึ่งกำลังสูบยาเส้นเงียบ ๆ ไม่เอ่ยสักคำ ทันใดนั้นก็หวดยามะโอกะด้วยกล้องยาสูบไม้ไผ่ เขาโกรธวูบขึ้นมาทันที
"ถ้าไม่มีอะไรที่มีตัวตน..." โดกุอนเอ่ยเรียบ ๆ "...ความโกรธของเจ้าตอนนี้มาจากที่ใด?"
............................
วินทร์ เลียววาริณ
31-5-26จาก มังกรเซน และ Mini Zen (เซนฉบับการ์ตูน)
มังกรเซน Shopee คลิก https://shope.ee/2VUCymbmSh?share_channel_code=6Mini Zen Shopee https://shopee.co.th/วินทร์-เลียววาริณ-ชุ
1 วันที่ผ่านมา
