• วินทร์ เลียววาริณ
    3 เดือนที่ผ่านมา

    ประโยคนี้ของท่านพุทธทาสภิกขุอาจไม่คุ้นหู หรือไม่เช้าใจ

    “กินข้าวจานแมว, อาบน้ำในคู, เป็นอยู่อย่างทาส” หมายความว่าอย่างไร?

    กินข้าวจานแมวหมายถึงกินเท่าแมวหรือ? เป็นอยู่อย่างทาสคือเป็นทาสงั้นหรือ?

    นี่ย่อมไม่ได้หมายความตรงคำอย่างนั้น

    ให้ลูกศิษย์ท่านพุทธทาสฯท่านหนึ่งเป็นผู้อธิบายเองดีกว่านะ

    “กินข้าวจานแมว, อาบน้ำในคู, เป็นอยู่อย่างทาส ทำไมการใช้ชีวิตเป็นอยู่อย่างต่ำจึงเป็นทางรอดมาถึงสมัยที่โลกเจริญมาถึงยุคนี้ พวกเราก็คงจะมองเห็นได้ชัดว่า โลกที่เดินทางผิด สั่งสอนอบรมศึกษากัน เน้นแต่เรื่องของการกินดีอยู่ดี ยิ่งนับวันโลกยิ่งเจริญ คนยิ่งมีความฟุ่มเฟือย หาความสุขจากการผลิตวัตถุขึ้นมาในระบบอุตสาหกรรม...”

    “กินข้าวจานแมว, อาบน้ำในคู, เป็นอยู่อย่างทาสคือการปฏิบัติตามองค์อริยมรรคแปด ตามคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้ที่จะปฏิบัติอย่างนี้ได้ก็จะต้องมีสัมมาทิฏฐิ จะต้องรู้ว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือเหตุให้เกิดทุกข์ เมื่อรู้ชัดแล้วว่าการตามใจตัวเอง ตามกิเลสตัณหา เป็นเหตุให้เกิดทุกข์...”

    “การที่เราใช้ชีวิตกินอยู่อย่างต่ำ เป็นการใช้ชีวิตชนิดที่ทวนกระแสโลกที่เขาเรียกว่าเนกขัมมะ...”

    หากให้แปลซ้อนแปลคำอธิบายของท่านพุทธทาสฯ ก็คือการใช้ชีวิตตามความจำเป็นขั้นต่ำ ถ้าพูดด้วยภาษาเท่หน่อยก็คือ Minimalism ไม่เดินไปตามทางบริโภคนิยม

    มิใช่เพื่อประหยัดเงิน แต่เพื่อประหยัดจิตวิญญาณ

    เมื่อเดินชีวิตแบบ ‘น้อยที่สุดที่อยู่ได้’ ก็เป็นการฝึกการลด-ละ-เลิกทางพุทธ

    ที่ว่าใช้ชีวิตแบบเนกขัมมะ ก็คือชีวิตละวางอย่างนักบวช

    นี่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นนักบวชด้วยเครื่องแบบและพิธีกรรม แต่บวชใจ

    สำหรับตนเองก็ทำให้เราปลดปล่อยตนเองเป็นอิสระจากบ่วงต่างๆ ไม่ยึดมั่นถือมั่น

    สำหรับสังคมรวม ก็จะได้สังคมที่พอเพียงและสงบสุข

    ท่านพุทธทาสฯจึงเขียนว่านี่คือ “ทางรอดของเรา”

    วินทร์ เลียววาริณ
    18-12-25

    1
    • 0 แชร์
    • 79

บทความล่าสุด