• วินทร์ เลียววาริณ
    3 เดือนที่ผ่านมา

    ไก่ชนสองตัวเผ่นโผนโจนทะยานกลางสนาม ไล่จิกตีกันชุลมุน คนดูล้อมวงส่งเสียง เดือยต่อเดือย จะงอยต่อจะงอย คนชมต่อคนชม

    มันเป็นเวทีตีไก่ในราชสำนักพม่า ข้าราชการจำนวนหนึ่งล้อมวงดูไก่ชน เจ้าของไก่ชนทั้งสองเฝ้าดูเงียบ ๆ

    แทงเดือยกันพักหนึ่ง ไก่ตัวหนึ่งก็ไล่จิกอีกตัวหนึ่ง ไก่ตัวที่ไล่จิกอีกตัวมีสีเหลืองปนขาว ปากขาว ขนปีกขาว หางสีขาวยาวเหมือนฟ่อนข้าว แซมขนแดง เกล็ดขาวแกมเหลือง หน้าแหลมยาวคล้ายนกยูง ตัวยาว หางรัดชิด แข้งขาวอมเหลือง เดือยดํางอน เล็บขาว นิ้วยาวเรียว เรียกไก่เหลืองหางขาว

    ไก่เหลืองหางขาวไล่จิกแทงอีกตัวหนึ่งจนล้มกลิ้งวิ่งหนีไม่เป็นท่า แล้วส่งเสียงขันกังวานยาว

    เจ้าของไก่ที่หนีคือมังสามเกียด ขัดเคืองใจ เอ่ยว่า “ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ”

    เจ้าของไก่เหลืองหางขาวตอบกลับทันทีว่า “ไก่เชลยตัวนี้ตีพนันเอาบ้านเอาเมืองกันก็ยังได้”

    เจ้าของไก่เหลืองหางขาวคือพระองค์ดำหรือพระนเรศ พระโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชและพระวิสุทธิกษัตรีย์ เป็นหนึ่งในเชลยที่ถูกนำตัวไปอยู่ในพม่า

    ...........................

    ทั้งพระองค์ดำและมังสามเกียดเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มฉกรรจ์ มังสามเกียดได้รับแต่งตั้งเป็นพระมหาอุปราชา ส่วนพระองค์ดำเป็นทหาร ร่วมรบกับพม่า เข้าสู่สมรภูมิตั้งแต่ยังเยาว์

    ในปี พ.ศ. ๒๑๑๓ พระยาละแวกแห่งเขมรที่แต่เดิมเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา ฉวยโอกาสที่อยุธยาบอบช้ำจากสงครามกับพม่า ยกทัพมาตี ทหารสองหมื่นคนรุกเข้าทางเมืองนครนายก ประชิดกรุงศรีอยุธยา

    สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชทรงบัญชาการรบ ทหารเขมรพยายามยกพลเข้าปล้นเมืองหลายวัน แต่ไม่บรรลุผล ในที่สุดก็ยกทัพกลับไป

    หลังสงครามครั้งนั้น กษัตริย์อยุธยาสั่งให้ขุดขยายคูเมืองด้านตะวันออก สร้างป้อมมหาชัย เตรียมรับศึกใหม่

    ในรอยต่อปี พ.ศ. ๒๑๑๗-๒๑๑๘ กองทัพกรุงศรีอยุธยาในฐานะประเทศราชยกไปช่วยหงสาวดีตีกรุงศรีสัตนาคนหุต พระยาละแวกฉวยโอกาสยกทัพเรือตีอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เขมรตั้งทัพแถบตำบลขนอน บางตะนาวและวัดพนัญเชิง ลงเรือหลายลำออกปล้นชาวเมือง

    ทหารอยุธยายิงปืนใหญ่ใส่ที่ตั้งข้าศึก ลวงทหารเขมรออกมารบ แล้วถล่มด้วยปืนใหญ่ ทัพเขมรแตกพ่ายกลับไป

    เขมรก็ยังยกทัพมาตีอยุธยาเรื่อย ๆ เพราะเชื่อว่าสยามยังอ่อนแอ ในปี พ.ศ. ๒๑๒๓ เขมรยกทัพรุกหัวเมืองตะวันออก แล้วเดินหน้าต่อมาถึงเมืองสระบุรี

    เวลานั้นพระองค์ดำเสด็จมาเยี่ยมกรุงศรีอยุธยา ทรงยกกำลังสามพันคนไปต้านทัพเขมร แม้ทหารน้อยกว่า แต่ทรงอาศัยกลยุทธ์ศึกเหนือกว่า ตีทัพเขมรแตกพ่ายกลับไป แสดงให้แผ่นดินอื่นเห็นว่า แม้ในวัยเยาว์ พระปรีชาสามารถในเชิงยุทธ์และสงครามของพระองค์ดำเป็นเลิศ หลังจากนั้นเขมรก็ไม่กล้าบุกอยุธยาอีกเลย

    เมื่อพระชนมายุสิบเจ็ดพรรษา พระองค์ดำเสด็จกลับถึงกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. ๒๑๑๕ ได้รับพระราชทานนามว่า พระนเรศวร รับตำแหน่งพระมหาอุปราช ไปครองเมืองพิษณุโลก

    ในปี พ.ศ. ๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนองสวรรคต หงสาวดีผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ราชบุตรนันทบุเรงขึ้นครองราชย์ ทุกหัวเมืองประเทศราชส่งเครื่องราชบรรณาการไปถวายแก่พระเจ้าหงสาวดีตามราชประเพณี ยกเว้นเมืองคังที่แข็งเมือง

    หงสาวดีส่งพระมหาอุปราชาบุกเมืองคัง แต่ตีเมืองไม่สำเร็จ จึงส่งพระสังขฑัตโอรสเจ้าเมืองตองอู นำกำลังไปตีเมืองคังเป็นรอบที่สอง ก็ไม่สำเร็จอีก ครั้งนี้จึงส่งพระนเรศวรแห่งกรุงศรีอยุธยาไปปราบ

    กองทัพอยุธยาตีเมืองคังแตกในเวลาอันสั้น จนพระเจ้านันทบุเรงตกพระทัย ทรงปรึกษากับขุนทหาร

    “พระองค์ดำตีเมืองคังได้อย่างไรในเวลาสั้นเช่นนี้?”

    “พระองค์ดำเห็นว่าเมืองคังตั้งอยู่บนที่สูง ยุทธวิธีสมควรแตกต่างจากเมืองอื่น บุกตรง ๆ นั้นไม่ได้ผล พระองค์ดำจึงแบ่งทัพเป็นสองส่วน ใช้กำลังส่วนน้อยเข้าโจมตีด้านหน้า กำลังส่วนใหญ่เข้าตีด้านหลัง ผ่านทางลับเข้าสู่เมืองคัง”

    “เขารู้ทางลับได้อย่างไร?”

    “การศึกต้องพึ่งการข่าว เห็นชัดว่าเขาทำได้ดี”

    “พระองค์ดำผู้นี้ช่างเก่งกาจยิ่ง”

    ปี พ.ศ. ๒๑๒๖ อังวะขัดแย้งกับหงสาวดีและแข็งเมือง พระเจ้าอังวะยังเกลี้ยกล่อมเจ้าเมืองอื่น ๆ ให้แข็งเมืองด้วย พระเจ้านันทบุเรงทรงสั่งให้เมืองแปร เมืองตองอู เมืองเชียงใหม่ และกรุงศรีอยุธยาไปตีอังวะ สมเด็จพระนเรศวรทรงรับคำสั่งจากพระบิดาก็ยกทัพไป

    สมเด็จพระนเรศวรทรงยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก ไปหยุดพักนอกเมืองแครง* เมื่อวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก พ.ศ. ๒๑๒๗ พระนเรศวรเสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่องผู้รู้จักกันดีมาก่อน

    พระมหาเถรคันฉ่องกล่าวว่า “อาตมามีเรื่องต้องแจ้งให้พระองค์ทราบ”

    “เรื่องอันใด?”

    “ตามอาตมามา”

    เจ้าอาวาสนำทางพระองค์ดำไปที่ด้านหลังวัด ที่นั่นนายทหารคนหนึ่งยืนรออยู่

    “ผู้นี้คือพระยาเกียรติพระราม พระองค์คงทรงรู้จักเขาดีแล้ว”

    “ใช่”

    อันพระยามอญผู้นี้มีกำลังพลที่เมืองแครง คุ้นเคยกับสมเด็จพระนเรศวรมาแต่กาลก่อน ต่างนับถือในฝีมือกันและกัน

    พระมหาเถรคันฉ่องบอกพระยาเกียรติพระราม “ท่านจงกราบทูลพระองค์ให้ทราบตามความเป็นจริงที่เล่าให้อาตมาฟังเถิด”

    พระยามอญกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเพิ่งเดินทางมาจากหงสาวดี ได้รับหน้าที่หนึ่งซึ่งทำให้ข้าพเจ้าอัดอั้นตันใจ จึงเล่าให้พระมหาฯฟัง ท่านบอกให้แจ้งต่อพระองค์”

    “เรื่องอันใดที่ทำให้ท่านอัดอั้นตันใจหรือ?”

    “พระองค์ดำตีเมืองคังได้ในครานี้ ทำให้พวกพม่าไม่สบายใจอย่างยิ่ง เบื้องบนเกรงว่าพระองค์จะเป็นหอกข้างแคร่ของหงสาวดี ฝีมือการยุทธ์ของพระองค์ทำให้พวกเขาระแวงว่าอยุธยาจะแข็งเมือง”

    “เช่นนั้นหรือ?”

    “ใช่ พระองค์ประทับอยู่ที่หงสาวดีถึงแปดปี จึงทรงรู้ตื้นลึกหนาบางของพม่า”

    “แล้วพวกเขาคิดการใดหรือ?”

    “ตัดไฟเสียแต่ต้นลม”

    “ท่านรู้ได้อย่างไร?”

    “พระเจ้านันทบุเรงทรงเรียกพระมหาอุปราชาไปพบ หลังจากนั้นพระมหาอุปราชาสั่งข้าพเจ้าให้เตรียมกำลัง สั่งว่าหากพระองค์ยกทัพจากเมืองพิษณุโลกขึ้นไปตีอังวะ พระมหาอุปราชาจะยกกำลังเข้าตีด้านหน้า ให้ข้าพเจ้านำทัพตีกระหนาบด้านหลัง กำจัดพระองค์ให้จงได้ ด้วยเหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจึงอัดอั้นตันใจ”

    สดับแล้วทรงนิ่งไปนาน ทรงมาถึงทางสองแพร่งที่เกี่ยวพันกับชะตากรรม

    มิใช่ชะตากรรมของพระองค์ หากคือชะตากรรมของบ้านเมือง

    ถึงเวลาที่ไก่เชลยจะออกจากกรง

    จึงมีรับสั่งให้เรียกประชุมแม่ทัพนายกอง ทั้งฝ่ายอยุธยาและเมืองแครง ทั้งทหารไทยและทหารมอญ ตรัสประกาศว่า “ด้วยพระเจ้าหงสาวดีมิได้อยู่ในครองสุจริตมิตรภาพขัตติยราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริต คิดจะทำอันตรายแก่เรา...”

    ทรงหลั่งน้ำในน้ำเต้าทองคำลงสู่แผ่นดิน

    “...ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันสืบไปดุจดังกาลก่อน”

    สายน้ำรินหลั่งจากน้ำเต้าไหลต่อเนื่อง แต่สายน้ำใจขาดสะบั้น

    การตัดไมตรีหมายถึงสงคราม

    น้ำหยุดไหล ถึงเวลาโลหิตหลั่งริน

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

    ........................

    อ่านฉบับเต็มจาก ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม 2

    ชุดโปรโมชั่น ประวัติศาสตร์ที่เราลืม เล่ม 1-5 (5 เล่ม) แถมวีรบุรุษที่เราลืม 
    เหมาะสำหรับเก็บประจำบ้าน ให้ลูกหลานประกอบการเรียน
    1,000 บาท จากราคาปก 1,605.-
    แต่ละเล่มหนา 256 หน้า (รวม 1,536 หน้า) 
    118 เรื่อง = เรื่องละ 8.4 บาท (ไม่คิดค่าส่ง) คุ้มที่สุดแล้ว
    ทุกเล่มมีลายเซ็นนักเขียน  เหมาะเป็นของขวัญ
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งทาง Shopee https://shope.ee/30QSjhDgNg?share_channel_code=6 

    สั่งทางเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/176/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B9%91-%E0%B9%95%20+%20%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9 

    1
    • 0 แชร์
    • 50
    Regnarts
    “...ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันสืบไปดุจดังกาลก่อน”
    ดูความเห็น 1 รายการ ...

บทความล่าสุด