• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หากเรานับเลข 60 เป็นวัยเกษียณ ผมก็ผ่านวัยเกษียณมาสิบปีแล้ว

    ตลอดเวลา 'เกษียณ' ทำงานเขียนหนังสือตลอดทุกวัน กะว่าจะเขียนจนตายคาโต๊ะทำงาน (น่าจะดีกว่าตายบนเตียงพร้อมท่อเต็มร่างในโรงพยาบาล)

    เขียนหนังสือจึงอาจจัดว่าเป็นอาชีพสุดท้าย

    คนเราไม่ว่าจะมีกี่อาชีพในชีวิต ก็จะมีอาชีพสุดท้ายเสมอ

    ‘อาชีพสุดท้าย’ ในที่นี้มิได้หมายถึงอาชีพที่เราประกอบในช่วงสุดท้ายเสมอไป หากมีความหมายในเชิงนามธรรม นั่นคืออาชีพที่เราคิดจะปักหลักไปจนตาย

    ‘อาชีพสุดท้าย’ จึงมักหมายถึงอาชีพในฝัน อาชีพที่เรารัก หรืออยากทำ หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนทำ เป็นอาชีพที่ไม่คิดจะเปลี่ยนอีกแล้ว จนเราสามารถเอ่ย “นี่เป็น อาชีพสุดท้ายของฉัน”

    คืออาชีพที่อยากทำไปจนวันตาย

    บางครั้งอยากทำมันมากจนไม่คิดจะหยุดในวันที่โลกกำหนดให้เป็นวันเกษียณ อยากทำจนตาย

    หากใช้นิยามนี้ คนจำนวนมากในโลกอาจไม่มี ‘อาชีพสุดท้าย’ จริง ๆ

    สำหรับผม แม้คิดว่าอาชีพสุดท้ายคือนักเขียน แต่จากประสบการณ์ชีวิต พบเห็นสัจธรรมของความไม่แน่นอน ผมไม่กล้าฟันธงจนกระทั่งถึงวันสุดท้ายบนโลก เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าแน่นอนว่า อาชีพสุดท้ายของเราคืออะไร ต่อให้ในวันนี้เรามั่นใจขนาดไหนก็ตาม

    สมัยเมื่อผมทำงานสถาปนิก ผมเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามันจะเป็นอาชีพสุดท้ายของตนเอง เมื่อทำงานโฆษณา ก็เชื่อมั่นเช่นเดียวกัน

    เหล่านี้กลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว

    ใครจะรู้ ถ้ารู้สึกว่าสนุกกว่าที่ทำอยู่ในวันนี้ วันหนึ่งผมอาจจะมี ‘อาชีพสุดท้าย’ เป็นอย่างอื่นก็ได้ อาจเปลี่ยนเป็นคนขายน้ำเต้าหู้ เจ้ามือพนัน พระ ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ

    เรารู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือ ‘อาชีพสุดท้าย’ ของเรา?

    ง่ายนิดเดียว ใช้หัวใจตัวเองวัด

    อาชีพสุดท้ายคืองานที่เราทำแล้วหัวใจเต้นแรง ตื่นขึ้นมาทุกเช้าอยากทำงานนั้น (Ikigai) มันเป็นหัวเทียนจุดประกายเครื่องยนต์แห่งชีวิต

    อาชีพสุดท้ายที่ทำจนวันตายก็คือเป้าหมายในอุดมคติของเรา

    ดังนั้นยิ่งรู้เร็วเท่าไรว่าอะไรคืออาชีพสุดท้าย ก็ยิ่งมีเวลาพัฒนาตนเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายนั้นเร็วขึ้น

    แต่แม้จะรู้ช้า ก็ยังดีกว่าไม่รู้เลย

    ถ้าเราเชื่อชีวิตอุดมคติ เราก็คงเชื่อว่าเราสามารถมีอาชีพสุดท้ายที่เราชอบได้

    แต่ส่วนใหญ่ อาชีพสุดท้ายมาจากการสร้าง ไม่ใช่รอคอย เพราะยากที่เราจะรู้ว่าตนเองรักจะทำงานอะไรหากไม่ลงมือทำ หรือคลุกคลี

    นี่หมายความว่าเราต้องเปิดหูเปิดตา เปิดหัว เปิดใจ เพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ สิ่งที่ไม่คุ้นเคย เข้าสู่พื้นที่ที่ไม่เคยไป เพื่อสร้างโอกาสของการพบ ‘อาชีพสุดท้าย’

    และบางครั้ง หลายคนก็พบ ‘อาชีพสุดท้าย’ หลังจากเข้าใจและเริ่มมองเห็นคุณค่าของอาชีพที่ตนทำอย่างทุกข์ทรมานมานาน

    และความเข้าใจนี้ก็อาจเปลี่ยนอาชีพนรกเป็น ‘อาชีพสุดท้าย’ ได้อย่างประหลาด

    คุณค่าของงานมาจากการมองแล้วเข้าใจ

    วินทร์ เลียววาริณ
    23-3-26

    บางท่อนจากจาก 1 เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้
    61 บทความ 190.- บทความละ 3.1 บาท
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/150/1%20เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้

    ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395 

    1
    • 0 แชร์
    • 12

บทความล่าสุด