• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หมอบอกชาคริตว่าเขามีนิ่วจำนวนมากในถุงน้ำดี มันอาจจะอุดตันเมื่อไรก็ได้ ชาคริตเห็นคลิปจาก YouTube ยืนยันว่าดื่มน้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิลไซเดอร์มากๆ จะขับนิ่วในถุงน้ำดีออกมาเป็นเมือกสีเขียว โดยไม่ต้องผ่าตัด ชาคริตก็ไปซื้อมาดื่มทุกวันนานเป็นเดือน ทุกครั้งที่ถ่ายเมือกสีเขียวออกมา ชาคริตก็นึกดีใจว่านิ่วหลุดออกมาแล้ว ไม่นานต่อมาชาคริตปวดท้องอย่างรุนแรง หมอบอกว่านิ่วอุดตัน ต้องผ่าตัดถุงน้ำดีทิ้ง

    ชาคริตเสียเงินเสียเวลาดื่มน้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิลไซเดอร์โดยเปล่าประโยชน์ เพราะเขาเชื่อคำบอกเล่ามากกว่าจะค้นคว้าและศึกษาความจริงทางการแพทย์ซึ่งชี้ว่า ขับนิ่วในถุงน้ำดีด้วยวิธีนี้ไม่ได้

    ในสมัยนี้นิ่วอุดตันอาจไม่ทำให้ใครเสียชีวิต แต่หากเป็นมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่นๆ ที่เรากินยาผีบอก ก็อาจตายเร็วขึ้นเพราะข้อมูลผิดๆ

    ชาตรีกำลังตกงาน เพื่อนบอกเขาว่าเปลี่ยนชื่อแล้วจะเป็นมงคล ชีวิตจะดีขึ้น เพื่อนอีกคนบอกชาตรีว่าเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์แล้วชีวิตจะดี ชาตรีก็เปลี่ยนชื่อเป็นชาติกาลและเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ ชีวิตของเขาดีขึ้น ชาติกาลก็สรุปว่าการเปลี่ยนชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ได้ผลจริง ทั้งที่ความจริงเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจฟื้นตัว เขาจึงได้งานทำ

    เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตแบบไม่ต้องคิด ไม่ต้องวิเคราะห์ เชื่อทุกอย่างที่คนอื่นป้อนให้ กลบฝังด้วยประโยค “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” และ “เรื่องบางเรื่องอยู่เหนือมนุษย์” และมันก็ทำให้ประเทศชาติเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ปีละมหาศาล ในรูปของยาผีบอก การเสริมแต่งความงาม อาหารพิสดารเพื่อสุขภาพ ความงมงายในในเทพเจ้าชื่อแปลกๆ ใหม่ๆ ฯลฯ

    ถ้าได้ยินแล้วเชื่อเลยโดยไม่วิเคราะห์ว่ามันจริงหรือไม่ หรือจริงกี่ส่วน ก็ตกเป็นเหยื่อคนอื่นได้ง่ายดาย

    หลายคนเชื่อคำพูดหรือคำแนะนำของคนที่มีการศึกษาสูง เป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพียงเพราะ “คนบอกเป็นถึงด็อกเตอร์เชียวนะ”

    อ่านไม่แตกไม่ทะลุ และไม่คิดสืบค้นข้อมูล เป็นปัญหาใหญ่มากของโลกโซเชียลในเวลานี้ ปัญหามันกว้างกว่าแค่ปัจเจก แต่มันทำลายทั้งสังคมและประเทศ

    ในด้านเศรษฐกิจ ประเทศชาติเสียเงินปีละมหาศาล (เช่น เสียเงินซื้อยาผีบอก) ในด้านการพัฒนาประเทศ ก็ถอยหลังลงคลอง ในด้านการเมืองก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะคนไร้คุณภาพ คิดไม่เป็น เชื่อง่าย จูงจมูกง่าย ท้ายที่สุด ผลเสียก็ตกต่อสังคมส่วนรวม

    ดังนั้นหากเราต้องการสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต ก็ต้องปลูกฝังคนที่มีคุณภาพแต่เล็ก

    คุณสมบัติสำคัญที่สุดของนักเรียนไม่ใช่การเรียนวิชา แต่คือการวิเคราะห์เป็น

    อย่าเพิ่งตกใจพอได้ยินคำว่า 'วิเคราะห์'

    วิเคราะห์ก็แค่บอกว่า "ระวัง! อย่ารีบเชื่อ หาหลักฐานก่อนเชื่อ"

    ไม่ใช้ความเชื่อนำทางชีวิต ให้ใช้ข้อมูลจริงเสมอ

    สำหรับคนทั่วไปจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขจุดนี้?

    มีข้อแนะนำ 3 ข้อ :

    1 ได้ยินได้ฟังอะไรก็ตามที่ดีเกินจริง ให้สรุปทันทีว่ามันไม่จริง (If it seems too good to be true, it probably is.) แล้วค้นหาหลักฐานยืนยัน ถ้ามันไม่จริงก็จะได้รู้แน่ ถ้ามันจริงก็ไม่เป็นไร

    ตราบที่ข้อมูลยังไม่มีผลสรุป ให้สรุปไว้ก่อนว่าไม่จริง ทำให้เป็นนิสัย ชีวิตนี้ก็จะไม่ถูกใครหลอกง่ายๆ ไม่เสียเงินเสียทองง่ายๆ

    2 ตั้งข้อสงสัยกับทุกเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง ยิ่งคนพูดเป็นอาจารย์หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ให้สงสัยมากขึ้นสองเท่า หลังจากสงสัย ให้ค้นหาข้อมูลว่าที่ได้ยินได้อ่านมาจริงไหม พูดครบถ้วนไหม

    ทำไมเราต้องตั้งข้อสงสัยอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า? ก็เพราะสถานะของพวกเขาทำให้เราประมาท ไม่คาดว่าข้อมูลหรือสิ่งที่พวกเขาเสนออาจผิดได้

    อย่าลืมว่า

    ก. อาจารย์ก็ผิดได้

    ข. อาจารย์ปลอมมีเยอะมาก

    ค. อาจารย์จริงที่ไร้จริยธรรมก็มีมาก

    3 อัปเดตข้อมูลตลอดเวลา เพราะข้อมูลใดที่จริงในวันนี้ อาจจะไม่จริงในวันพรุ่งนี้ หรือจริงในบริบทหนึ่ง อาจไม่จริงในอีกบริบทหนึ่ง

    ถ้าเราไม่อยากให้ลูกหลานของเราอยู่ในประเทศที่จมอยู่ในความมืดบอดทางปัญญา ก็ต้องปลูกฝังความสามารถในการคิดทะลุและมองทะลุด้วยแว่นวิเคราะห์

    ไม่มีทางอื่น

    วินทร์ เลียววาริณ
    8 เมษายน 2026

    0
    • 0 แชร์
    • 25

บทความล่าสุด