• วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ผมเติบใหญ่ในครอบครัวมีกิน

    ‘มีกิน’ เป็นคนละคำ คนละเรื่องกับ ‘มีอันจะกิน’

    มีกินคือไม่ได้อดอยาก แต่แค่มีกิน ไม่อาจเลือกกิน อีกทั้งไม่เคยกินอาหารในภัตตาคารใด ๆ

    ไม่มีน้ำอัดลม (ยกเว้นวันตรุษจีน) ไม่มีน้ำผลไม้ ไม่มีน้ำหวาน

    อาหารประเภทกุ้งไม่เคยอยู่ในเมนู เพราะเป็นอาหารแสลงต่อกระเป๋าเงิน ไก่ไม่ค่อยปรากฏตัวบนโต๊ะอาหาร เพราะในเวลานั้นไก่มีราคาแพงมาก ยังไม่มีการเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรม

    คติวัยเด็กคือ “ไม่ต้องอดก็พอแล้ว ไม่ต้องเลือก”

    พ่อแม่ผมมีลูกสิบคนกับช่างทำและซ่อมรองเท้าอีกคนสองคน ธุรกิจนี้เป็นงานฝีมือที่ไม่มีใครเห็นว่าควรจะตั้งราคาตามใจชอบ รายได้จึงจำกัด ค่าอาหารก็จำกัด ดังนั้นการทำอาหารเลี้ยงคนทั้งบ้านรวมช่าง จึงต้องคำนวณรายจ่ายให้น้อยที่สุด แต่อิ่มที่สุด

    นั่นคือเฉลี่ย 50 บาทต่อวัน สำหรับคนทั้งบ้านรวมสามมื้อ และเป็นหน้าที่ของแม่ไปจ่ายตลาด

    ทุกเช้าตรู่แม่ผมเดินไปตลาดสดกิมหยง หิ้วตะกร้าใบเขื่องไป แล้วกลับมาพร้อมของพะรุงพะรัง ไม่ขึ้นรถถีบสามล้อ เพราะเปลืองเงิน ถ้าวันไหนฝนตก (ซึ่งมักตกทั้งปี) ก็ขลุกขลักหน่อย

    ผมไม่ค่อยเล่าเรื่องแม่ให้ใครฟัง อาจเพราะเรื่องสั้นมาก สรุปชีวิตแม่ทั้งชีวิตได้ในบรรทัดเดียว คือ “แม่ศรีเรือน ทำงานหนัก รักลูก”

    แม่บ้านสมัย 50-60 ปีก่อนต้องทำงานทุกอย่าง ผมเห็นแม่ทำงานตั้งแต่รุ่งสางจนมืดค่ำ เก็บกวาดบ้าน ซักผ้า จ่ายตลาด ทำอาหารวันละสามมื้อ (โปรดอย่าลืมว่าเป็นอาหารสำหรับคนสิบกว่าคน) ล้างชาม (โปรดอย่าลืมว่าเป็นจานชามของคนสิบกว่าคน) ตัดเสื้อผ้าให้ลูก รีดผ้า เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ล้างส้วม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ขายของหน้าร้าน และทำรองเท้าด้วย

    ตั้งแต่เกิดมาจนถึงหลักไมล์ท้าย ๆ ในชีวิต ผมยังไม่เคยเจอแม่บ้านที่ไหนทำงานหนักเท่านี้มาก่อน

    .....................

    เนื่องจากกับข้าวแพงกว่าข้าว อาหารทุกมื้อจึงหนักข้าวไว้ก่อน

    “กินข้าวแล้วอยู่ท้องกว่า”

    คนสมัยนั้นคงมองคนสมัยนี้ด้วยความพิศวงงงงวย เอะอะอะไรก็ low-carb ไม่กินข้าวไม่มีแรงทำงานหรอก

    การหุงข้าวในสมัยนั้นไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หุงด้วยหม้อขนาดใหญ่ด้วยเตาถ่าน

    การหุงข้าวด้วยเตาถ่านสำหรับสิบกว่าคนกิน ต้องใช้ฝีมือ หลังจากซาวข้าว ต้มน้ำ เทน้ำข้าวทิ้งบ้าง เกลี่ยไฟ แล้วปล่อยให้สุกพอดี

    หลังจากสิบกว่าชีวิตกินข้าวหมดแล้ว ก้นหม้อจะเหลือข้าวตังแห้ง ก็แกะข้าวก้นหม้อออกมาเก็บไว้กินต่างหาก

    ไม่เหลือให้หมูกิน!

    อาหารที่เรากินแม้จะธรรมดา แต่อร่อย แม่ผมเป็นคนทำอาหารอร่อยมาก (ความจริงใคร ๆ ก็มักเห็นว่าแม่ของตนเองทำอาหารวิเศษมาก!) แต่ฝีมือแม่ผมเป็นระดับ Michelin

    ออกเสียง “มิเฉลิ้น” แปลว่ารสต้องตรงลิ้น ไมงั้นพ่อไม่กิน

    พ่อเป็นคน ‘คิว.ซี.’ งานอย่างเข้มงวด กล่าวคือหากจานไหนไม่อร่อย แทบจะไม่แตะเลย ด้วยเหตุนี้อาหารของแม่จึงยอดเยี่ยมมาก ทุกจานที่แม่ทำสะอาด และอร่อยมาก และก็ขยันหาอะไรใหม่ ๆ มาทำ

    คิดแล้วสงสารแม่บ้านสมัย 50-60 ปีก่อน ทำงานเหนื่อยแสนสาหัส เอาใจสามียากเย็น คำว่า ‘แม่ศรีเรือน’ มีความหมายคล้าย ๆ คำว่า แม่แบกเรือน

    ตอนค่ำเวลาหิว แม่ก็ซื้อก๋วยเตี๋ยวราดหน้าให้ลูก ๆ กิน ลูกสิบคนก็สิบห่อใช่ไหม? ฝันไปเถอะ ซื้อมาห่อเดียวก็พอ เทข้าวเปล่าลงไปคลุก หนักข้าวไว้ก่อน ลูกหลายคน กินคนละสองสามคำ

    ไม่อยากให้ลูกหิว แต่ไม่มีเงินมากพอ ตัวเองหิวไม่เป็นไร แต่ไม่ปล่อยให้ลูกหิว

    ผมเคยเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนชาวกรุงฟัง ก็พบประสบการณ์เดียวกัน เพราะพ่อแม่เธอซื้อก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม ขอน้ำแกงกับถั่วงอกเยอะ ๆ ถึงบ้านก็เทข้าวลงไปคลุก

    นาน ๆ ทีแม่อาจให้รางวัลตัวเองและลูก ๆ ให้ผมข้ามถนนไปซื้อบัตเตอร์เค้กหนึ่งชิ้นที่ร้านกาแฟตรงข้าม ราคาชิ้นละหนึ่งบาท ถือว่าเป็นของฟุ่มเฟือยอย่างยิ่ง ต่อมาก็มีร้านเบเกอรีมาเปิด ชื่อร้านรอแยล มีขนมฝรั่งหลายอย่าง จัดว่าเป็นของฟุ่มเฟือยเช่นกัน

    แม่ไม่เคยฉลองวันเกิดให้สมาชิกในครอบครัว เดาว่าคงจำวันเกิดของลูกทั้งสิบคนไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก สมัยนั้นบ้านเราโดยเฉพาะครอบครัวจีน ยังไม่มีวัฒนธรรมฉลองวันเกิดและร้องเพลง Happy Birthday

    มีอยู่ปีหนึ่ง ผมเปรยว่าเป็นวันเกิดของผม แม่ก็ต้มไข่ให้หนึ่งฟอง

    แม่มีลูกสิบคน ดังนั้นงานจึงล้นมือ เวลาลูกคนไหนไม่สบาย (มักเป็นผม) ก็ดูแลลูกเป็นกรณีพิเศษ เจียดเงินซื้ออาหารบำรุงสุขภาพมาให้กิน ทั้งที่แพงแสนแพง

    ในวัยเด็ก ผมขี้โรค ป่วยเป็นเรื่องเป็นราวจริง ๆ บางครั้งนอนซม แม่ก็ป้อนข้าวให้ทีละคำ

    ความรักของแม่ยิ่งใหญ่ที่สุด ลูกต้องมาก่อนเสมอ

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    21-5-26

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    หนังสือเหลือไม่มากแล้ว

    2
    • 0 แชร์
    • 33
    pat edwards
    เพิ่งสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ไปวันนี้ เพราะมีความตั้งใจว่าจะเขียนประวัติของตัวเองไว้แจกในงานเช่นกัน ความทรงจำแจ่มชัดและงดงาม แต่ทำไมเขียนออกมาได้ไม่น่าอ่านเลย (เข้าใจนะคะว่าไม่ใช่นักเขียน แต่ก็เคยเขียนเรื่องสั้นๆ ได้น่าอ่านพอสมควร) อาจเป็นเพราะ "ตั้งใจ" มากเกินไป อยากจะถ่ายทอดแบบละเอียดและไม่กล้าตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป เลยทำให้ยิ่งไม่น่าอ่านยิ่งขึ้น กำลังพยายามหาวิธีอยู่ค่ะ เลยสั่งหนังสือเล่มนี้มาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ (รอบที่ 100) 😊
    ดูความเห็น 1 รายการ ...

บทความล่าสุด