• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    หลังบ้านผมเป็นสนามฟุตบอลของการรถไฟฯ เป็นพื้นที่รกร้าง การรถไฟฯจึงทำเป็นสนามฟุตบอลให้ชาวเมืองใช้ แต่มีคนเล่นฟุตบอลประปราย และนาน ๆ ทีจะมีเกมใหญ่ เวลาส่วนใหญ่สนามฟุตบอลเป็นที่เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่และวัวของชาวบ้าน

    พื้นที่รอบสนามฟุตบอลปลูกต้นไม้เปลี่ยนชนิดไปเรื่อย ๆ ช่วงผมเป็นเด็ก มีต้นหูกวางขนาดใหญ่สูงมาก ใบหูกวางร่วงเกลื่อนพื้น ต้นหูกวางนี่เองกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมใช้เป็นองค์ประกอบในเรื่องสั้น สมุดปกดำกับใบไม้สีแดง

    ที่มุมหนึ่งมีต้นฝรั่งที่บ้านหลังใดหลังหนึ่งปลูกไว้ ออกลูกเต็มต้น แต่รสชาติไม่เป็นสับปะรด (แน่ละซี ก็มันเป็นฝรั่งนี่นา!)

    ต่อมาแม่ผมปลูกต้นหลิวเป็นแถวริมสนามฟุตบอล สาเหตุก็เพราะมีคนบอกว่ารากต้นหลิวต้มกับถั่วแดงรักษาโรคดีซ่านได้ แม่จึงขอพันธุ์จากคนที่เดินทางมาจากเมืองจีน ปรากฏว่ามันขึ้นงอกงามในดินหาดใหญ่ มันโตจนสูงพอสมควร ต้นหลิวทำให้บรรยากาศสนามฟุตบอลดูดีขึ้น

    แต่เช่นเดียวกับต้นไม้อื่น ๆ ไม่ช้าไม่นานต้นหลิวก็หายไป

    ใกล้บ้านเราปลูกต้นหางนกยูงก็เติบโต ออกดอกแดงสะพรั่งตามฤดูกาล

    ต่อมาเราก็ปลูกต้นหม่อน เติบโตออกลูกดกทั้งปี บางทีก็เรียกให้เพื่อนบ้านมาเก็บกิน ผลก็คือปากและลิ้นดำเป็นแถว

    สนามฟุตบอลมีสัตว์หลายชนิดโผล่มาหา นาน ๆ ทีก็มีงูมา ค้างคาวก็บินมาเยี่ยมเป็นระยะ เคยเห็นนกนางแอ่นซึ่งน่าจะหลงทางมาจากทะเลสาบสงขลา

    นกนางแอ่นตัวนี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้ผมใช้เป็นองค์ประกอบเรื่องสั้น รักกันหนึ่งร้อยปี

    ............................

    “ลูกรู้ใช่ไหมว่าทำไมลูกมีชื่อว่า เฟยเยี้ยน ?”

    แน่ละฉันรู้ แม่เคยเล่าว่าตอนที่ฉันยังอยู่ในท้องแม่ นกนางแอ่นตัวหนึ่งบินมาทำรังใต้หลังคาบ้านเรา ไม่รู้ว่ามันหลงมาจากทะเลได้อย่างไร และทำไมจึงคิดว่าใต้หลังคาเป็นถ้ำที่มันทำรัง แต่วันหนึ่งมันก็คงคิดได้และบินจากไป มันส่งเสียงร้องเหมือนลาแม่ขณะที่ฉันถีบแม่เบา ๆ ราวกับรับรู้เสียงนกนางแอ่น แม่จึงตั้งชื่อฉันว่า เฟยเยี้ยน แปลว่า นางแอ่นบิน ............................

    สนามฟุตบอลยังอุดมด้วยแมลง มีแมลงปอมากมายหลายสายพันธุ์ แต่ที่ผมชอบที่สุดคือหิ่งห้อย พวกมันออกมาท่องราตรีกันเป็นฝูง ไฟในตัวส่องสว่างไปรอบ เราก็จับมันใส่ถุง ใช้แทนโคมไฟ ความสว่างเทียบได้กับหลอดไฟ 0.05 วัตต์กระมัง! แต่เป็นไฟที่โรแมนติกที่สุดในโลก

    นอกเหนือจากสัตว์ขาจร ก็มีขาประจำ ได้แก่สัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ไก่ เป็ด วัว แพะ

    ใช่ ชาวบ้านปล่อยวัว แพะ เล็มหญ้า แล้วทิ้งขี้ไว้ดูต่างหน้าให้หายคิดถึง มันก็เป็นปุ๋ยธรรมชาติ

    แต่มันก็เป็นอันตรายเช่นกัน

    เปล่า ไม่มีใครอุตริไปกินขี้วัวจนท้องเสีย หรือขี้วัวทำให้เกิดโรคระบาดใด ๆ แต่วันหนึ่งในช่วงตรุษจีน เจ้าตี๋ที่อยู่บ้านติดสนามฟุตบอลเหมือนกัน อุตริปักประทัดตรุษจีนบนกองขี้วัว แล้วจุดไฟ

    ตอนนี้เหมือนฉากในหนังการ์ตูน Tom & Jerry ประทัดเกิดด้านขึ้นมา เจ้าตี๋ก็เดินไปตรวจดูประทัด ปรากฏว่าเกิดระเบิดเสียงกึกก้อง ขี้วัวสด ๆ สาดเต็มหน้าเจ้าตี๋

    เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงระเบิดหัวเราะของเด็ก ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์

    เอาละ นอกจากไก่ เป็ด วัว แพะแล้ว ก็มีปลา

    หาดใหญ่ยุคนั้นเป็นเมืองสายฝน เมื่อฝนตกหนัก น้ำก็ท่วมสนามฟุตบอล จนแปลงสนามเป็นบึงขนาดย่อม มีสัตว์น้ำว่ายเวียนอย่างสบายใจ ทั้งปลาช่อน ปลาหมอ ปลาไหล กุ้ง เขียด กบ อึ่งอ่าง คางคก ว่ายน้ำอย่างเสรีและเป็นสุข

    ฝูงแมลงปอและแมลงหลายชนิดบินเรี่ยบนผิวน้ำใสเหนือสนามฟุตบอล บางตัวเกาะบนแผ่นน้ำ แลดูไม่เหมือนสนามฟุตบอลใด ๆ ในโลก

    แน่นอน บรรดาเด็ก ๆ และชาวบ้านก็พากันไปจับปลากลางสนามฟุตบอล

    ในสายตาของเด็กน้อย ผมมองภาพนั้นแล้วตั้งคำถามมากมาย จินตนาการไปไกล ผมนึกไม่ออกจริง ๆว่า ปลาเหล่านั้นโผล่มาจากไหน ในเมื่อสนามฟุตบอลไม่ได้อยู่ติดแม่น้ำลำคลองสายใด

    ภายหลังผมก็ได้คำตอบว่า คูริมสนามเชื่อมกับคลอง เมื่อน้ำในคลองเอ่อท้นท่วมตลิ่ง น้ำคลองก็เชื่อมกับสนามฟุตบอลไปโดยปริยาย ฝูงปลาน้อยใหญ่ก็เปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นฟุตบอล นอกจากนี้บางทีอาจมีไข่ปลาหมอ ปลาไหลฝังใต้สนามฟุตบอล ชอนไชออกมาเมื่อน้ำท่วม

    และเช่นเดียวกับภาพอื่น ๆ ของสนามฟุตบอลที่ผมเห็นและนำไปเขียนเรื่องสั้น ฉากน้ำท่วมสนามฟุตบอลนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนสารคดีวิทยาศาสตร์เรื่อง ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เปรียบสนามฟุตบอลเป็นโลกและจักรวาล ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลก็คือชีวิตต่าง ๆ ที่ปรากฏบนโลกเรา มันมาได้อย่างไรก็ไม่รู้

    นี่ก็ทำให้น่าขบคิดว่า เราทุกคนปรากฏและอาศัยอยู่ใน ‘สนามฟุตบอล’ แห่งดาราจักรนี้เพียงช่วงสั้น ๆ และในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เรายังว่ายใน ‘สนามฟุตบอล’ เราทำอะไรบ้าง

    วินทร์ เลียววาริณ
    27-5-26

    (ภาพวาดสนามฟุตบอลมองจากหลังบ้านผู้เขียน หลังฝนตกใหญ่ 70 ซม. x 100 ซม., สีอะคริลิก วาดเมื่อ 29 กรกฎาคม 2552)

    .........................

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    Shopee https://s.shopee.co.th/3B4WYil0CG 

    1
    • 0 แชร์
    • 22

บทความล่าสุด