• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เมื่อคราวที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองโกเบในปี พ.ศ. 2538 ตึกรามบ้านช่องเมืองโกเบซึ่งอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวพังพินาศ ผู้คนหลายพันคนเสียชีวิต แต่สิ่งที่ผู้คนประหลาดใจก็คือเจดีย์โบราณยังคงยืนตระหง่านอยู่ ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินสะเทือนขนาดเจ็ดริกเตอร์เลย

    วิศวกรสมัยใหม่พบว่า โครงสร้างเสากลางของเจดีย์ออกแบบให้โยกไปมาได้ ทำหน้าที่เป็นตัวถ่วง ช่วยถ่ายแรงกระแทกต่ออาคาร ดังนั้นไม่ว่าแรงที่มากระทบจะหนักหนาเพียงไร เจดีย์ก็รองรับอารมณ์พิโรธของแผ่นดินได้ ผลก็คืออาคารโบราณนี้อยู่ยั้งยืนยงมาถึงทุกวันนี้ ภูมิปัญญาโบราณนี้กลายเป็นต้นแบบให้สถาปนิกและวิศวกรใช้ออกแบบอาคารสูงซึ่งปลอดภัยจากพายุและแผ่นดินไหว

    นอกจากนี้คนโบราณยังรู้วิธีการใช้เส้นโลหะฝังพื้นเป็นระยะ การเซาะร่องบนกำแพงและพื้น เพื่อแก้ปัญหาการแตกร้าวจากการขยายตัวเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

    โครงสร้างที่ป้องกันพายุ ความร้อน ล้วนประกอบด้วยข้อต่อที่เป็นอิสระจากกัน สะพาน โกลเด้น เกท ที่เมือง ซาน ฟรานซิสโก ซึ่งต้องเผชิญลมแรงเป็นนิจ ก็ออกแบบมาแบบไม่ยึดแน่น เหมือนต้นอ้อที่โยกไหวได้เมื่อเจอพายุ แม้จะโคลงไปโคลงมา แต่ก็ไม่พัง

    มนุษย์เราล้วนต้องผ่านสภาวะ 'ลมพายุ' หรือ 'แผ่นดินไหว' ทางจิตใจเป็นระยะ อาการ 'จิตตก' เกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ ต่อให้เป็นคนที่มีสติดีที่สุด เกิดจากหลายสาเหตุ บางคนนึกเรื่องอดีตที่ผ่านมาหลายสิบปี แต่ก็ยังมีอารมณ์กับมัน จิตของคนแกว่งไหวไปมาตามกระแสความคิด

    บ่อยครั้งดีเปรสชั่นอารมณ์นี้เป็นส่วนผสมของความอ่อนล้าทางร่างกายและจิตใจ พักผ่อนนอนไม่พอ ทำให้หงุดหงิด เบื่อหน่าย หงอย กลัว ปนเปกัน

    มนุษย์เงินเดือนกว่าค่อนโลกเกิดความเครียดทุกครั้งเมื่อเดินเข้าสำนักงาน หลายคนเก็บซ่อนความเครียดนั้นไว้ภายในไม่แสดงออก นานวันเข้ามันก็ปะทุออกในรูปของจิตตก

    สิ่งแรกที่คนจิตตกพึงรู้ก็คือมีสติรู้ความเปลี่ยนแปลงภาวะอารมณ์ของตน หลวงพ่อชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง บอกคนที่จิตตกด้วยคำแรง ๆ ว่า "หมามันยังรู้จักอารมณ์ของมันเลย เวลามันหิวมันก็ครางหงิง ๆ ใครไม่รู้จักอารมณ์ของตัวเอง ก็ตายเสียดีกว่า!"

    หลายคนคงอยากบอกว่า รู้อารมณ์ตัวเองน่ะไม่ยาก แต่แก้ไขมันไม่ง่ายนะ หลวงพ่อ!    ผมชอบจินตนาการจิตของคนเป็นเหมือนแก้วน้ำใสที่มีตะกอนนอนก้นอยู่ ตะกอนอารมณ์เหล่านี้มีมากหรือน้อยแล้วแต่สภาพจิตใจของแต่ละคน ตะกอนเหล่านี้เปลี่ยนสีได้ตามแรงกระทบ สีแดงคือความโกรธ สีเขียวคือความริษยา สีเทาคือความกลัว สีน้ำเงินคือความโศกเศร้า ฯลฯ

    ทุกครั้งที่แก้วแห่งจิตใบนี้ถูกเขย่า ตะกอนจะฟุ้งขึ้น ยิ่งฟุ้งมาก แก้วน้ำก็ยิ่งขุ่นมัว ทำให้ยิ่งมองไม่เห็นหนทาง

    ความพยายามต้านทานหรือปฏิเสธความคงอยู่ของมันอาจไม่ได้ผล บางครั้งยอมโอนอ่อนผ่อนตามมันไปเหมือนต้นอ้อกลางพายุ ใช้สติเฝ้าติดตาม รอจนกระทั่งมันอ่อนกำลังลงไปเอง

    หลักการก็คือปล่อยใจให้เป็นอิสระ เหมือนโครงสร้างเสากลางของเจดีย์โบราณที่โยกไปมาได้

    ขยะทั้งหลายในใจก็เหมือนตะกอนในแก้วน้ำที่ถูกเขย่า มองให้ดี มองให้นานพอ มันก็จะตกลงมานอนก้นเอง ก็เช่นเดียวกับหลักฟิสิกส์ สรรพสิ่งล้วนเสื่อมสลาย ไม่มีอะไรที่สามารถดำรงอยู่ตลอดกาล รวมทั้งอารมณ์ ดังนั้นไม่ต้องคิดกำจัดตะกอนแห่งจิตใจ ปล่อยให้มันแกว่ง ใช้สติตามการแกว่งไกวให้ทัน

    แล้วตะกอนเหล่านั้นก็จะนอนก้นอีกครั้ง และแก้วน้ำแห่งจิตก็จะสดใสอีกครั้ง

    วินทร์ เลียววาริณ
    29-5-26

    จาก สองปีกของความฝัน
    46 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 170 บาท = บทความละ 3.69 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
    https://www.winbookclub.com/store/detail/88/สองปีกของความฝัน 
    ทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395 

    1
    • 0 แชร์
    • 5

บทความล่าสุด