• วินทร์ เลียววาริณ
    1 วันที่ผ่านมา

    เล่าเรื่องชีวิตหาดใหญ่วัยเด็กต่อ

    ย้อนรอยว่า อะไรทำให้โตขึ้นชอบเขียนหนังสือ

    ความจริงผมชอบขีด ๆ เขียน ๆ มาตั้งแต่เด็ก ผมชอบจดข้อความต่าง ๆ ที่อ่านมาและรู้สึกกินใจ รวมทั้งความรู้ต่าง ๆ เกร็ดต่าง ๆ แต่ไม่ได้บันทึกชีวิตส่วนตัวใด ๆ

    ผมเริ่มเขียนอนุทินบันทึกชีวิตตัวเองครั้งแรกในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2515 เป็นไดอารีปกแข็งสวยงาม จำไม่ได้ว่ามีคนมอบให้หรือซื้อเอง หน้าแรก ๆ ของไดอารีเป็นรายละเอียดจังหวัดต่าง ๆ ในเมืองไทย แบ่งหน้าละหนึ่งวัน ตีเส้นบรรทัดเรียบร้อย มีรายละเอียดวันทั้งพุทธศักราช คริสต์ศักราช จุลศักราช ไปจนถึง ร.ศ. จันทรคติ ฯลฯ อาจเพราะสวยงามและน่าใช้อย่างยิ่ง ผมจึงเริ่มเขียนไดอารีในวันแรกของปีนั้น

    ข้อความว่า “วันนี้ตอนเช้าได้ขี่จักรยานไปยังสำนักงานเทศบาลเมืองหาดใหญ่ ซึ่งที่นั่นมีการจัดให้ประชาชนไปตักบาตร การตักบาตรวันปีใหม่นี้ เขาจัดเป็นประจำทุก ๆ ปี วันนี้มีคนไปตั้งเยอะแยะ พอจอดจักรยานไว้ข้างนอกแล้ว ก็เดินไปเที่ยวดู มีที่สำหรับวางของซึ่งประชาชนให้สำหรับวัดต่าง ๆ ของกินดูเต็มไปหมด เห็นพระสงฆ์เดินมาหลายรูป ข้างนอกมีตำรวจ 2-3 คนเฝ้าดูอยู่ที่ถนน เดินเล่นครู่หนึ่ง ก็ขี่จักรยานกลับบ้าน เห็นคนมาขายลูกโป่งเต็มไปหมด ใช้เวลาหลังจากนั้นทำการบ้านที่เหลืออยู่เกือบตลอดวัน พอตกกลางคืนถึง 7.00 น. ก็ไปดูภาพยนต์*กับน้องสมบูรณ์และเสถียร เรื่อง คนสองหัว ภาษาอังกฤษว่า The Incredible 2 Headed Transplant ฉายที่โรงภาพยนต์เฉลิมไทย หาดใหญ่ เสียเงินไปคนละ 6 บาท กลับมาบ้านก็ราว ๆ 9.00 น. หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็เข้านอน”

    (* ต้นฉบับสะกดผิดอย่างนี้)

    ทั้งปีเขียนอยู่ได้แค่สามวัน ก็เลิก เพราะไม่มีอะไรจะเขียน ชีวิตเรียบเป็นเส้นตรง เช้าไปโรงเรียน บ่ายกลับมาทำการบ้าน ทวนวิชา แล้วนอน ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหน ไม่มีโทรทัศน์ดู

    ไดอารีเล่มนั้นจึงเหมือนจักรวาล คือเป็นที่ว่างเป็นส่วนใหญ่! ใช้เป็นสมุดจดข้อความ สารคดี คำคมต่าง ๆ แทน ตอนนั้นอ่านเจออะไรก็จดไว้ แต่แล้วก็หยุดบันทึกไปหลายปี จนกระทั่งวันที่ 1 ธันวาคม 2519 เกิดเรื่องประหลาด ไม่รู้วิญญาณอะไรเข้าสิง อยู่ดี ๆ ก็หยิบปากกาขึ้นมาเขียนไดอารี คราวนี้เขียนอย่างจริงจัง และเขียนต่อเนื่องไปอีกหลายปีจนไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ ก็เขียนมาตลอดจนถึงสิ้นปี 2528 ก็หยุดเขียนไดอารี เข้าสู่โหมดเขียนงานวรรณกรรมเต็มตัว

    การเขียนอนุทินประจำวันเป็นเรื่องดี ช่วยหลายอย่าง เรื่องทบทวนความจำ แต่ที่สำคัญกว่าอาจเป็นการได้วิเคราะห์ชีวิตในแต่ละวันว่าทำอะไร ถูกผิดอย่างไร และเป็นการตกผลึกตอนจบวัน สรุปรวบยอดว่าวันนั้นเป็นอย่างไร

    การบันทึกอนุทินมีข้อดีสองข้อ ข้อหนึ่งคือฝึกความจำ ข้อสองคือศึกษาชีวิตตนเองและคนอื่นผ่านกิจกรรมในหนึ่งวัน ทำให้เราได้สติ และเดินหน้าวันรุ่งขึ้นด้วยความพร้อม

    และสำหรับผม ได้รับของแถมข้อดีข้อที่สามคือ ช่วยเรื่องการฝึกภาษาและการลำดับความ ลงท้ายด้วยการเขียนนิยาย

    ผมไม่รู้ว่าการเขียนไดอารีทำให้อยากเขียนนิยายหรือความอยากเขียนนิยายผลักดันให้เขียนไดอารี แต่หากปราศจากสมุดบันทึกเล่มแรกเล่มนั้น บางทีชีวิตอาจไม่ได้เข้าสู่โลกของการเขียน

    อาร์เธอร์ ซี. คลาร์ก เคยเขียนว่า กล้องถ่ายรูปก็คือยานเวลา บันทึกอดีตไว้ ดูเมื่อไรก็ย้อนกลับสู่อดีตอีกครั้ง

    ไดอารีก็เป็นยานเวลาเช่นกันที่ใช้ตัวหนังสือเป็นเชื้อเพลิง แต่มันมิเพียงพาเราสู่อดีต ยังช่วยให้เราศึกษาตัวเองได้ด้วย จึงสามารถมองเห็นอนาคตของตนชัดขึ้น และท้ายที่สุดก็อาจสามารถเปลี่ยนอนาคตได้

    เราทุกคนได้รับอนุทินแห่งชีวิตทุกปี ปีละหนึ่งเล่ม กระดาษทุกหน้าว่างเปล่า รอให้เราจดจารและเปลี่ยนชีวิตของเราเอง

    วินทร์ เลียววาริณ
    4-6-26

    บางท่อนจาก ชีวิตที่ดี หนังสือประวัติชีวิตของ วินทร์ เลียววาริณ เล่าโดยเจ้าตัว เป็นบันทึกเกร็ดประวัติศาสตร์ของชีวิตชาวจีนโพ้นทะเลในไทย เล่าวิถีชีวิตของชาวหาดใหญ่เมื่อ 50-60 ปีก่อน แสดงแง่คิด มุมมอง ทัศนคติของชีวิต

    เล่มนี้ตั้งใจใช้เป็นหนังสือแจกในงานศพตัวเอง ถ้าซื้อตอนนี้ก็ได้ลายเซ็น ถ้าไปรับในงานศพ จะไม่มีลายเซ็น สั่งได้จากเว็บ https://www.winbookclub.com/store/detail/236/ชีวิตที่ดี 

    Shopee https://s.shopee.co.th/3B4WYil0CG 

    1
    • 0 แชร์
    • 3

บทความล่าสุด