-
วินทร์ เลียววาริณ2 ปีที่ผ่านมา
ปราชญ์ทางวิชาการต่อสู้จัดวิทยายุทธ์เส้าหลินของปรมาจารย์ตั๊กม้อแห่งเทือกเขาซงซานเป็นแนววิชากำลังภายนอก ขณะที่วิทยายุทธ์แห่งสำนักอู่ตัง (บู๊ตึง) ของนักพรตเต๋าปรมาจารย์จางซานเฟิง (เตียซำฮง) ณ เทือกเขาอู่ตังในหูเป่ยเป็นแนววิชากำลังภายใน ทั้งเส้าหลินและอู่ตังถือเป็นสองสำนักมาตรฐานแห่งแผ่นดิน
วัดเส้าหลินตั้งอยู่บนเทือกเขาซงซาน (ซงซัว) เส้า เป็นชื่อภูเขา หลิน แปลว่า ป่า มีความหมายถึงสถานปฏิบัติธรรมในป่าแห่งภูเขาเส้า
ปรมาจารย์คนแรกของวัดเส้าหลินก็คือ พระโพธิธรรม หรือที่คนจีนเรียก ตั๊กม้อ นามนี้ปรากฏในนิยายจีนกำลังภายในนับไม่ถ้วนในฐานะจอมยุทธ์ผู้ให้กำเนิดคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น คัมภีร์ล้างกระดูก และสิบแปดฝ่ามืออรหันต์
ชาวโลกรู้จักวัดเส้าหลินว่าเป็นที่กำเนิดวิชาการต่อสู้ของจีนมาราวหนึ่งพันห้าร้อยปี เป็นสัญลักษณ์ของวิทยายุทธ์และนิยายจีนกำลังภายใน
นานปีหลังจากยุคของปรมาจารย์ตั๊กม้อ พระวัดเส้าหลินถือเป็นหน้าที่ที่จะใช้วิทยายุทธ์ปกป้องแผ่นดิน เช่นการต่อสู้ในสงครามหู่เหลา (ค.ศ. 621) อันเป็นต้นกำเนิดของราชวงศ์ถัง ไปจนถึงการต่อสู้ขับไล่พวกโจรสลัดวาโกะจากญี่ปุ่นที่รุกรานชายฝั่งจีนในศตวรรษที่ 16 ฯลฯ
ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัดแห่งนี้ถูกเผาทำลายและสร้างใหม่หลายต่อหลายครั้ง ตำนานการทำลายครั้งใหญ่ที่สุดคือในปี ค.ศ. 1644 โดยรัฐบาลชิง เนื่องจากพระวัดเส้าหลินต่อต้านราชวงศ์ชิง หมายฟื้นฟูราชวงศ์หมิง ประวัติศาสตร์ท่อนนี้กลายเป็นตำนานที่ทำให้วิทยายุทธ์เส้าหลินระบือไกล จนทำให้คำว่า เส้าหลิน ยิ่งยึดแน่นเป็นเรื่องของการต่อสู้ทางกาย อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งเห็นว่า ความเชื่อว่าพระโพธิธรรมเป็นผู้ให้กำเนิดวิทยายุทธ์เส้าหลินน่าจะเป็นตำนานมากกว่าเรื่องจริง บ้างก็ว่าเรื่องราววิทยายุทธ์ของพระโพธิธรรมนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นหลัง ไม่ว่าอย่างไร ตำนานนี้ก็ฝังรากลึกในความเชื่อของคนทั่วไปเสียแล้ว
ความจริงก็คือวัดเส้าหลินเป็นต้นกำเนิดของเซน ซึ่งเป็นสายธารใหม่ที่แตกแขนงมาจากพุทธนิกายมหายานรวมกับเต๋า และปรมาจารย์ตั๊กม้อนั้นที่จริงแล้วเป็นถึงพระสังฆปริณายกแห่งจีน ซึ่งสืบสายมาจากพระพุทธองค์
ยังไม่มีการยืนยันที่มาของพระโพธิธรรมอย่างแน่ชัด แต่ตำราที่น่าเชื่อถือได้ชี้ว่า พระโพธิธรรมน่าจะเป็นเจ้าชายแคว้นคันธารราษฎร์ อินเดีย
อินเดียในสมัยโบราณเรียกว่า ชมพูทวีป มีอาณาเขตคลุมเจ็ดประเทศในปัจจุบัน คือ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล ภูฏาน ศรีลังกา บังคลาเทศ และอัฟกานิสถานในปัจจุบัน
แผ่นดินอัฟกานิสถานในเวลานั้นเรียกว่า คันธารราษฎร์ เมืองหลวงคือ คันธาระ (ปัจจุบันเรียก กันดาฮาร์) ต่อมาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชแห่งกรีกทรงพิชิตอาณาจักรเปอร์เซีย บางส่วนของอินเดีย รวมทั้งคันธารราษฎร์ ชาวกรีกได้ปกครองคันธาระนานหลายร้อยปี จนมาถึงสมัยของกษัตริย์กรีกนามพระเจ้าเมนันเดอร์ หรือพญามิลินท์ ทรงสนพระทัยในปรัชญา
ครั้งหนึ่งทรงพบพระนาคเสนมหาเถระปักกลดอยู่ และทรงสนทนาธรรมทั้งคืน จนถึงรุ่งเช้าก็ทรงปวารณาตนเป็นพุทธมามกะ บทปุจฉา-วิสัชนาครั้งนั้นได้รับการบันทึกเป็นพระสูตรที่เรียกว่า มิลินทสูตร หรือ มิลินทปัญหา
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ศาสนาพุทธในคันธารราษฎร์ก็เจริญรุ่งเรืองมาก มีการหล่อพระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ พระพักตร์และรูปทรงแบบเทวรูปกรีก นอกจากนี้ยังมีการสลักพระพุทธยืนตามภูเขา เมื่อพวกตาลีบันครองอัฟกานิสถาน ได้ทำลายพระพุทธรูปเหล่านี้ไปแทบหมดสิ้น
(อ่านตอนต่อสัปดาห์หน้า)
จาก มังกรเซน ฉบับปรับปรุง หนังสือเซนที่ต้องค่อยๆ ละเลียด ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ + ของแถม limited edition Zen Book สั่งได้ที่เว็บ winbookclub.com หรือ Shopee (ค้นคำ namol113 หรือ วินทร์ เลียววาริณ)
0- แชร์
- 474
-

ไถ่บาปมนุษย์ (2)
(ต่อจาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1724290475726303&set=a.208269707328395)
วินทร์ #1001 : “หลังจากนั้นพระเยซูในวัยสามสิบก็เดินทางเผยแผ่คำสอนไปในที่ต่างๆ สอนให้คนรักศัตรู ลดความเกลียดชัง ตัณหา หันแก้มอีกข้างให้ศัตรูตบ และสอนให้คนเดินตามกฎหมายของชาวยิว และให้ศรัทธาต่อพระเจ้า ผู้คนเชื่อว่าคำสอนของพระเยซูเป็นคำของพระเจ้า เพราะพระเยซู ตรัสว่า ‘คำสอนของเราไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของผู้ที่ส่งเรามา’ นอกจากนี้ยังทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เช่น รักษาคนป่วย เดินบนน้ำ กิตติศัพท์แพร่ไปทั่วแผ่นดิน นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ถูกคนปองร้าย เชื่อกันว่าความตายของพระเยซูเกิดจากการเมือง”
วินทร์ #7744 : “แต่พระเยซูไม่เล่นการเมืองนี่”
วินทร์ #1001 : “คุณเคยได้ยินประโยคนี้หรือเปล่า : ‘ถึงท่านไม่เล่นการเมือง แต่การเมืองก็จะเล่นท่าน’ การที่จู่ ๆ มีศาสดาของศาสนาใหม่มาประกาศความเชื่อและสร้างอาณาจักรแห่งพระเจ้า ก็คงจะทำให้บางฝ่ายรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวว่าพระเยซูจะกลายเป็นผู้นำทางการเมือง ทำให้พวกเขาเสียอำนาจ ก็กะเล่นถึงตาย”
วินทร์ #7744 : “ได้ยินว่าพวกยิวฆ่าพระเยซู”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้บันทึกกันมาอย่างนี้จริง”
วินทร์ #7744 : “ทำไม? พระเยซูก็เป็นยิวนี่นา”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ยังถกกันอยู่ เป็นประเด็นที่เรียกว่า Jewish Deicide โยนกันไปโยนกันมา วิวาทะกันมานาน ฝ่ายยิวว่านี่เป็นความพยายามแต่งเรื่องให้ยิวเป็นผู้ร้าย และสร้างภาพว่าบาปนี้ชาวยิวรุ่นลูกหลานต้องรับด้วย ซึ่งส่งผลให้ชาวยิวรุ่นหลังรับบาปนี้ ไปที่ไหนก็ถูกรังเกียจ น่าสังเกตว่าบันทึกของสาวกเขียนเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นไปได้เพราะเขียนมานานหลายสิบปีหลังเกิดเหตุการณ์นั้น...”
วินทร์ #7744 : “พระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พระเยซูไปเมืองเยรูซาเลม กินอาหารมื้อสุดท้ายที่เรียกว่า The Last Supper กับศิษย์สิบสองคน พระเยซูมีสาวกหลักสิบสองคน ถ้าเทียบกับพระพุทธเจ้า สาวกชุดแรกก็คือปัญจวัคคีย์ คุณเรียนวิชาศีลธรรมมาน่าจะจำได้ เพราะเราถูกสั่งให้ท่องมาตลอด”
วินทร์ #2009 : “โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ”
วินทร์ #1001 : “นั่นแหละ เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับฟังปฐมเทศนาจากพระพุทธองค์”
วินทร์ #2009 : “คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แสดงที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ที่แสดงปฐมเทศนา ก็คือวันอาสาฬหบูชา”
วินทร์ #6616 : “เชื่อว่าคุณน่าจะสอบวิชานี้ผ่านแน่ ๆ เพราะจำแม่น ฮา!”
วินทร์ #7744 : “อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ตกลงพระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “สาวกคนหนึ่งคือ จูดาส ทรยศ ชี้ตัวพระเยซูให้พวกนักบวชยิวมาจับตัวพระองค์ไป พระเยซูถูกพาไปขึ้นศาลโรมัน ยิวตั้งข้อหาว่าพระเยซูกำลังพยายามตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งยิว แม้ศาลจะไม่เห็นว่าพระเยซูทำความผิดอะไร แต่ก็ถูกกดดันจนต้องตัดสินว่าพระเยซูมีความผิด โทษคือประหาร ด้วยการตรึงร่างบนไม้กางเขน สวมมงกุฎหนาม แบกไม้กางเขนไป แล้วถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยมีโจรสองคนถูกตรึงขนาบอยู่ข้างซ้ายและขวา หนึ่งในนั้นเปลี่ยนมานับถือคริสต์ในนาทีสุดท้าย...
“เมื่อพระเยซูตายแล้ว ศพถูกห่อผ้าและฝังในถ้ำ ต่อมาเมื่อเปิดถ้ำก็พบว่าศพหายไปแล้ว เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพและขึ้นสู่สวรรค์ วันที่พระเยซูฟื้นจากความตายก็คือวันอีสเตอร์”
วินทร์ #6116 : “เทศกาลที่มีไข่อีสเตอร์ใช่หรือเปล่า?”
วินทร์ #2009 : “ใช่ Easter eggs สำหรับชาวคริสต์ ไข่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำที่ฝังพระศพซึ่งว่างเปล่าของพระเยซู แสดงว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพ นิยมทาเปลือกไข่เป็นสีแดง”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทาสีแดง?”
วินทร์ #2009 : “เพราะสีแดงหมายถึงโลหิตของพระเยซูที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน”
วินทร์ #6116 : “แต่ไข่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เมื่อลูกไก่จิกเปลือกออกมาสู่โลก”
วินทร์ #2009 : “ก็มีคนตีความอย่างนี้เหมือนกัน โดยสรุปก็คือพระเยซูตายอย่างทรมานเพื่อมนุษยชาติ”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทำอย่างนั้น?”
วินทร์ #1001 : “บ้างเชื่อว่าพระเยซูคือพระเจ้ามาเกิดในร่างมนุษย์”
วินทร์ #6116 : “แล้วทำไมต้องเกิดมาในรูปมนุษย์?”
วินทร์ #1001 : “ก็เพื่อรับรู้ความทุกข์ไงครับ จึงสามารถไถ่บาปของมนุษยชาติ เมื่อถูกพวกโรมันตรึงกางเขน ก็ฟื้นจากความตาย ขึ้นสู่สวรรค์ การฟื้นจากความตายสามวันหลังตายบนกางเขนเป็นจุดสำคัญของศรัทธา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าพระเยซูมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถมอบชีวิตนิรันดร์ให้มนุษย์ทั่วไปได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แนวคิดเรื่องศาสดาซึ่งมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติมีในหลายศาสนา แม้แต่ชาวพุทธเองก็มีความเชื่อว่าในชาติก่อน ๆ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ หลังจากผ่านสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก็เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์...”
(ยังมีต่อ)
วินทร์ เลียววาริณ
1-11-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
มีขายที่ Shopee ด้วย
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1 วันที่ผ่านมา -

ไถ่บาปมนุษย์ (2)
(ต่อจาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1724290475726303&set=a.208269707328395)
วินทร์ #1001 : “หลังจากนั้นพระเยซูในวัยสามสิบก็เดินทางเผยแผ่คำสอนไปในที่ต่างๆ สอนให้คนรักศัตรู ลดความเกลียดชัง ตัณหา หันแก้มอีกข้างให้ศัตรูตบ และสอนให้คนเดินตามกฎหมายของชาวยิว และให้ศรัทธาต่อพระเจ้า ผู้คนเชื่อว่าคำสอนของพระเยซูเป็นคำของพระเจ้า เพราะพระเยซู ตรัสว่า ‘คำสอนของเราไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของผู้ที่ส่งเรามา’ นอกจากนี้ยังทรงแสดงปาฏิหาริย์ต่าง ๆ เช่น รักษาคนป่วย เดินบนน้ำ กิตติศัพท์แพร่ไปทั่วแผ่นดิน นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ถูกคนปองร้าย เชื่อกันว่าความตายของพระเยซูเกิดจากการเมือง”
วินทร์ #7744 : “แต่พระเยซูไม่เล่นการเมืองนี่”
วินทร์ #1001 : “คุณเคยได้ยินประโยคนี้หรือเปล่า : ‘ถึงท่านไม่เล่นการเมือง แต่การเมืองก็จะเล่นท่าน’ การที่จู่ ๆ มีศาสดาของศาสนาใหม่มาประกาศความเชื่อและสร้างอาณาจักรแห่งพระเจ้า ก็คงจะทำให้บางฝ่ายรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวว่าพระเยซูจะกลายเป็นผู้นำทางการเมือง ทำให้พวกเขาเสียอำนาจ ก็กะเล่นถึงตาย”
วินทร์ #7744 : “ได้ยินว่าพวกยิวฆ่าพระเยซู”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้บันทึกกันมาอย่างนี้จริง”
วินทร์ #7744 : “ทำไม? พระเยซูก็เป็นยิวนี่นา”
วินทร์ #1001 : “เรื่องนี้ยังถกกันอยู่ เป็นประเด็นที่เรียกว่า Jewish Deicide โยนกันไปโยนกันมา วิวาทะกันมานาน ฝ่ายยิวว่านี่เป็นความพยายามแต่งเรื่องให้ยิวเป็นผู้ร้าย และสร้างภาพว่าบาปนี้ชาวยิวรุ่นลูกหลานต้องรับด้วย ซึ่งส่งผลให้ชาวยิวรุ่นหลังรับบาปนี้ ไปที่ไหนก็ถูกรังเกียจ น่าสังเกตว่าบันทึกของสาวกเขียนเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นไปได้เพราะเขียนมานานหลายสิบปีหลังเกิดเหตุการณ์นั้น...”
วินทร์ #7744 : “พระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พระเยซูไปเมืองเยรูซาเลม กินอาหารมื้อสุดท้ายที่เรียกว่า The Last Supper กับศิษย์สิบสองคน พระเยซูมีสาวกหลักสิบสองคน ถ้าเทียบกับพระพุทธเจ้า สาวกชุดแรกก็คือปัญจวัคคีย์ คุณเรียนวิชาศีลธรรมมาน่าจะจำได้ เพราะเราถูกสั่งให้ท่องมาตลอด”
วินทร์ #2009 : “โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ”
วินทร์ #1001 : “นั่นแหละ เป็นกลุ่มแรกที่ได้รับฟังปฐมเทศนาจากพระพุทธองค์”
วินทร์ #2009 : “คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แสดงที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ที่แสดงปฐมเทศนา ก็คือวันอาสาฬหบูชา”
วินทร์ #6616 : “เชื่อว่าคุณน่าจะสอบวิชานี้ผ่านแน่ ๆ เพราะจำแม่น ฮา!”
วินทร์ #7744 : “อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ตกลงพระเยซูตายยังไง?”
วินทร์ #1001 : “สาวกคนหนึ่งคือ จูดาส ทรยศ ชี้ตัวพระเยซูให้พวกนักบวชยิวมาจับตัวพระองค์ไป พระเยซูถูกพาไปขึ้นศาลโรมัน ยิวตั้งข้อหาว่าพระเยซูกำลังพยายามตั้งตนเป็นกษัตริย์แห่งยิว แม้ศาลจะไม่เห็นว่าพระเยซูทำความผิดอะไร แต่ก็ถูกกดดันจนต้องตัดสินว่าพระเยซูมีความผิด โทษคือประหาร ด้วยการตรึงร่างบนไม้กางเขน สวมมงกุฎหนาม แบกไม้กางเขนไป แล้วถูกตรึงบนไม้กางเขนโดยมีโจรสองคนถูกตรึงขนาบอยู่ข้างซ้ายและขวา หนึ่งในนั้นเปลี่ยนมานับถือคริสต์ในนาทีสุดท้าย...
“เมื่อพระเยซูตายแล้ว ศพถูกห่อผ้าและฝังในถ้ำ ต่อมาเมื่อเปิดถ้ำก็พบว่าศพหายไปแล้ว เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพและขึ้นสู่สวรรค์ วันที่พระเยซูฟื้นจากความตายก็คือวันอีสเตอร์”
วินทร์ #6116 : “เทศกาลที่มีไข่อีสเตอร์ใช่หรือเปล่า?”
วินทร์ #2009 : “ใช่ Easter eggs สำหรับชาวคริสต์ ไข่เป็นสัญลักษณ์ของถ้ำที่ฝังพระศพซึ่งว่างเปล่าของพระเยซู แสดงว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพ นิยมทาเปลือกไข่เป็นสีแดง”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทาสีแดง?”
วินทร์ #2009 : “เพราะสีแดงหมายถึงโลหิตของพระเยซูที่ถูกตรึงบนไม้กางเขน”
วินทร์ #6116 : “แต่ไข่น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่ เมื่อลูกไก่จิกเปลือกออกมาสู่โลก”
วินทร์ #2009 : “ก็มีคนตีความอย่างนี้เหมือนกัน โดยสรุปก็คือพระเยซูตายอย่างทรมานเพื่อมนุษยชาติ”
วินทร์ #6116 : “ทำไมทำอย่างนั้น?”
วินทร์ #1001 : “บ้างเชื่อว่าพระเยซูคือพระเจ้ามาเกิดในร่างมนุษย์”
วินทร์ #6116 : “แล้วทำไมต้องเกิดมาในรูปมนุษย์?”
วินทร์ #1001 : “ก็เพื่อรับรู้ความทุกข์ไงครับ จึงสามารถไถ่บาปของมนุษยชาติ เมื่อถูกพวกโรมันตรึงกางเขน ก็ฟื้นจากความตาย ขึ้นสู่สวรรค์ การฟื้นจากความตายสามวันหลังตายบนกางเขนเป็นจุดสำคัญของศรัทธา เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าพระเยซูมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ จึงสามารถมอบชีวิตนิรันดร์ให้มนุษย์ทั่วไปได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร แนวคิดเรื่องศาสดาซึ่งมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยปลดปล่อยมนุษยชาติมีในหลายศาสนา แม้แต่ชาวพุทธเองก็มีความเชื่อว่าในชาติก่อน ๆ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีต่าง ๆ หลังจากผ่านสิบชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก็เกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะแห่งศากยวงศ์...”
(ยังมีต่อ)
วินทร์ เลียววาริณ
1-11-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
มีขายที่ Shopee ด้วย
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1 วันที่ผ่านมา -

วันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1924 กลางม่านหมอกแห่งยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ชายสองคนเดินหายไปในความยะเยียบกับฝันโง่ ๆ ของพวกเขา ไม่มีใครเห็นพวกเขาอีกเลย...
จอร์จ มัลเลอรี เป็นชาวอังกฤษ เกิดที่ม็อบเบอร์ลี เชเชียร์ ชอบปีนป่ายแต่เล็ก เขาปีนตั้งแต่ต้นไม้ เสา ไปจนถึงอาคาร เมื่ออายุ 8-9 ขวบ เขาปีนขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่ริมทะเลเมื่อน้ำลงเต็มที่ ด้วยความอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรเมื่อน้ำขึ้น เขาเกือบจมน้ำตายเมื่อน้ำทะเลท่วมหินใหญ่ แม้รอดมาได้ เขาก็ไม่เลิกนิสัยปีนป่าย
ในปี 1904 มัลเลอรีกับเพื่อนพยายามปีนเขาในเทือกเขาแอลป์ส แต่จำต้องเลิกกลางคันเพราะร่างกายไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระดับความสูง เจ็ดปีถัดมา เขาก็พิชิตเขา มองท์ บลังค์
มัลเลอรีมีเลือดผจญภัยเข้มข้นยิ่ง ชอบปีนทั้งเขาหินและเขาเย็นยะเยียบ เมื่อเพื่อนร่วมทางบ่นท้อแท้ มัลเลอรีมักให้กำลังใจพวกเขา และเดินหน้าต่อไปถึงจุดหมายปลายทางที่แทบสามารถยื่นมือสัมผัสสวรรค์
มัลเลอรีปีนป่ายภูเขาทั่วโลก บ่อยครั้งเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่ปรากฏในแผนที่ บางสายทางที่เขาปีนป่ายเป็นทางที่ยากเย็นที่สุดแม้กับนักปีนเขาที่มีอุปกรณ์ทันสมัยในปัจจุบัน บางครั้งก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ครั้งหนึ่งหิมะถล่ม เพื่อนชาวเชอร์ปาตายไปเจ็ดคน เขารู้สึกเศร้า แต่ก็ยังไม่เลิกปีน
แล้วเข็มทิศของเขาก็ชี้ไปยังยอดเขาสูงที่สุดในโลก
ครั้งหนึ่งนักข่าวชาวนิวยอร์กถามมัลเลอรีว่า ทำไมเขาต้องการปีนเขาเอเวอเรสต์ เขาตอบเรียบ ๆ ว่า "เพราะมันอยู่ที่นั่น"
การปีนเขาสำหรับบางคนเป็นความโง่ สำหรับบางคนเป็นความฝัน
หลายคนชอบบอกว่า การปีนป่ายสวนแรงดึงดูดของโลกสู่ชั้นบรรยากาศเบาบางเป็นกีฬาสำหรับคนโง่ กระทั่งสมน้ำหน้าเมื่อพวกเขาตายไป พิพากษาเขาเหล่านั้นด้วยประโยคที่ขึ้นต้นว่า "อยู่ดี ๆ ไม่ว่าดี..."
ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ฝันของบางคนอาจดูโง่และไร้สาระกว่าของบางคน แต่ฝันก็คือฝัน พวกเขาเชื่อว่าไม่สมควรปล่อยให้ความฝันดับหายไปโดยไม่ลงมือทำอะไร ก็อย่างที่มัลเลอรีบอกกับเพื่อน "การปฏิเสธการผจญภัยก็เช่นเม็ดถั่วที่เหี่ยวแห้งตายไปคาฝักของมันเอง"
....................
เจ็ดสิบห้าปีต่อมา นักปีนเขากลุ่มหนึ่งพบซากร่างของ จอร์จ มัลเลอรี กับเพื่อนใกล้ยอดเขาเอเวอเรสต์ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาตายไประหว่างทางก่อนขึ้นไปถึงยอด หรือหลังลงจากเขา แต่มันไม่สำคัญ
บางทีสำหรับมัลเลอรี มันไม่สำคัญเลยที่จะเป็นคนแรก พวกเขาต้องปีนป่ายอยู่แล้ว "เพราะมันอยู่ที่นั่น"
พวกเขาเชื่อว่า ต่อให้เป็นฝันโง่ ๆ เพียงใด ก็ต้องทำให้สำเร็จ และราคาของความฝันโง่ ๆ นั้นคุ้มค่าเสมอ แม้ว่าต้องจ่ายด้วยความตาย
จุดแบ่งกั้นระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวเป็นเส้นบาง ๆ เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน
อย่างที่นักเขียนท่านหนึ่งกล่าวว่า มนุษย์ตายได้ แต่พ่ายแพ้ไม่ได้
วินทร์ เลียววาริณ
2 พฤศจิกายน 2569จาก ความฝันโง่ ๆ
รวมบทความเสริมสร้างกำลังใจชุดที่ 2
46 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 165 บาท = บทความละ 3.5 บาท
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/83/ความฝันโง่ๆมีจำหน่ายที่ Shopee ด้วย
1 วันที่ผ่านมา -

วันนี้ไปทำงาน 12.00-13.00 น. และ 18.00-21.00 น. ครับ
เมื่อวานนี้มีนักอ่านแวะไปคุยด้วยมากครับ ทำให้เวลาผ่านไปเร็ว
ถ้าใครอยากมาคุยด้วย ก็เชิญครับ เหลืออีกสองวัน
1 วันที่ผ่านมา -

QA 31 ตุลาคม 2569
สองคำถาม
คุณวินทร์ไม่อ่าน แฮร์รี พอตเตอร์?
คิดยังไงกับการที่สิงคโปร์จ้างประชาชนอ่านหนังสือ
คลิกลิงก์อ่าน https://www.blockdit.com/posts/6ae2d7ef2b9eff212dd60eed
สนใจเรื่องใด เขียนมาถามได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1 วันที่ผ่านมา
