-
วินทร์ เลียววาริณ11 เดือนที่ผ่านมา
ตอนเด็กผมเรียนที่โรงเรียนแสงทองวิทยา หาดใหญ่ เป็นโรงเรียนคาทอลิก จึงคลุกคลีกับชีวิตคาทอลิกแต่เด็กโดยปริยาย
ทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ นักเรียนสวดมนต์แบบคริสต์ ขึ้นต้นว่า “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงคุ้มครองสอดส่องดูแลเรา...”
ในชั่วโมงศีลธรรม เราเรียนทั้งพุทธและคริสต์ เรียนเรื่องไบเบิลและการสร้างโลกตามคติคริสต์
เนื่องจากนี่เป็นเมืองไทย ประเทศที่ให้เสรีภาพในศาสนา แม้จะเป็นโรงเรียนคริสต์ แต่ศาสนาคริสต์ไม่ใช่ภาคบังคับ ทว่าโรงเรียนจะยินดีมากหากนักเรียนปรารถนาจะเป็นคาทอลิก
โรงเรียนมีโบสถ์หลังหนึ่ง ในวันที่พิธีทางศาสนาในโบสถ์ตรงกับชั่วโมงเรียน นักเรียนสามารถเลือกเข้าโบสถ์แทนเข้าห้องเรียนได้
เดาไม่ยาก ผมก็ทำเมื่อต้องการหนีชั่วโมงเรียนวิชาที่น่าเบื่อ
อยู่ดี ๆ วันหนึ่งผมก็สมัครเรียนศาสนาคริสต์ที่คณะเซเวนธ์เดย์แอดเวนตีส กรุงเทพฯ จัดขึ้น ผมเรียนทางไปรษณีย์จนจบหลักสูตร และได้รับประกาศนียบัตร
ผมมีความรู้สึกดีต่อบาทหลวงคาทอลิกที่จากโลก ข้ามน้ำข้ามทะเลมาสอนหนังสือในเมืองไทย จำนวนมากตายบนผืนแผ่นดินไทย
ผมมีเพื่อนหลายคนจบโรงเรียนคาทอลิกในกรุงเทพฯ เช่น อัสสัมชัญ
อัสสัมชัญเป็นโรงเรียนในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียล (Frères de Saint-Gabrie) เป็นคณะนักบวชคาทอลิกคณะหนึ่งซึ่งขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปา
ในเมืองไทยมีบทบาทอย่างสูง ไม่เพียงแต่ต่อนักเรียนอัสสัมชัญ แต่ต่อการศึกษาของไทยด้วย
ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓ บาทหลวงเอมิล โอกุสต์ โกลงเบต์ (Émile August Colombet) วัยห้าสิบเอ็ด เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ฝรั่งเศส หลังจากใช้เวลายี่สิบสองปีในประเทศสยาม ก่อตั้งโรงเรียนอัสสัมชัญ สอนเด็กคริสตังและลูกหลานชาวยุโรป
การเดินทางเที่ยวนี้ต่างจากครั้งอื่นคือ ท่านเข้าพบท่านอธิการใหญ่แห่งคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ณ เมืองแซง โลรอง ซูร์ แซฟวร์ (Saint Laurent sur Sèvre) จังหวัดวองเด
“ข้าพเจ้าปรารถนาส่งมอบกิจการโรงเรียนอัสสัมชัญในประเทศสยามให้แก่คณะฯ”
อธิการใหญ่แห่งคณะภราดาเซนต์คาเบรียลตกลง
ปีถัดมา คณะภราดาเซนต์คาเบรียลก็ส่งภราดาห้าคนไปรับหน้าที่บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญ
ภราดาผู้มีอายุน้อยที่สุดชื่อ ฟรองซัว ตูเวอแน ฮีแลร์ (François Touvenet Hilaire) อายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น เกิดที่ตำบลชองนิเอร์ (Champniers) เมืองปัวตีเย (Poitiers) ประเทศฝรั่งเศส ในวัยเด็กเขาสนใจพระธรรมและคิดอุทิศตนแก่ศาสนา ถวายตนปฏิบัติกิจเพื่อพระผู้เป็นเจ้า ศึกษาที่คณะเจษฎาจารย์เซนต์คาเบรียล ที่เมืองแซ็ง โลร็อง ซูร์ แซ็ฟวร์ อายุ สิบแปดเป็นภราดา
เจษฎาจารย์ทั้งห้าลงเรือที่เมืองมาร์เชย์เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๔ ใช้เวลาเดินทางหนึ่งเดือนกับสองวันก็ถึงกรุงเทพฯ เรือเทียบท่าห้างบอร์เนียว แตะแผ่นดินสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฟรองซัว ตูเวอแน ฮีแลร์ พูดภาษาไทยไม่ได้สักคำ
ภราดาหนุ่มได้รับมอบหมายให้สอนภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส วันหนึ่งเขาได้ยินเด็กนักเรียนไทยท่องข้อความบางอย่าง เสียงนั้นสูง ๆ ต่ำ ๆ ไพเราะ มีจังหวะจะโคนงดงาม เขานึกสงสัยว่าเด็กท่องอะไร เมื่อสอบถามก็รู้ว่ามันคือ มูลบทบรรพกิจ แบบเรียนภาษาไทยที่ประพันธ์โดยพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)
ตั้งแต่นั้นภราดาฟรองซัวก็เรียนตำรานี้ และเริ่มเรียนภาษาไทยอย่างจริงจังกับครูหลายคน เช่น ท่านมหาทิม ครูวัน (พระยาวารสิริ) ท่านมหาศุข ศุภศิริ และครูฟุ้ง เจริญวิทย์ ภราดาหนุ่มเป็นอัจฉริยะด้านภาษา ความเร็วของการเรียนรู้ภาษาไทยของเขาน่าทึ่งอย่างยิ่ง
ผ่านไปหลายปี ภราดาชาวฝรั่งเศสก็แตกฉานภาษาไทยยิ่งกว่าคนไทยจำนวนมาก ศึกษาวรรณคดีไทยอย่างลึกซึ้ง เล่ากันว่าเขาสอนเวสสันดรชาดกได้ดีไม่แพ้ท่านมหาศุข
ฟรองซัว ตูเวอแน ฮีแลร์ มีบุคลิกผู้คงแก่เรียน ไว้หนวดเครายาว จนนักเรียนตั้งฉายาให้เขาว่า โจโฉ
คนทั่วไปเรียกเขาสั้น ๆ ว่า ฟ. ฮีแลร์
ฟ. ฮีแลร์เป็นผู้แต่งหนังสือชุด ดรุณศึกษา ที่ใช้เป็นแบบเรียนของไทยในยุคนั้น
ใช้เวลาทั้งชีวิตของเขาเป็นครูในเมืองไทย
วินทร์ เลียววาริณ
๒๒-๔-๒๕๖๘0- แชร์
- 108
-

ปิดรับออร์เดอร์โปรโมชั่นชุดเต็มกล่อง วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ก่อนงานเลิกวันที่ 6 เมษายน
รายการหนังสือ
1 รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง ราคาปก 195.-
2 ความฝันโง่ ๆ ราคาปก 185.-
3 เบื้องบนยังมีแสงดาว ราคาปก 185.-
4 อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก ราคาปก 185.-
5 ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน ราคาปก 195.-
6 จุดเทียนทั้งสองปลาย ราคาปก 215.-
7 สองแขนที่กอดโลก ราคาปก 215.-
8 ชีวิตเป็นเรื่องชั่วคราว ราคาปก 215.-
9 ในหลุมรัก ราคาปก 210.-
10 ยาเม็ดสีแดง ราคาปก 210.-
11 ความสุขเล็กๆ คือความสุข ราคาปก
12 สองปีกของความฝัน ราคาปก 190.-
13 หลับถึงชาติหน้า ราคาปก 245.-
14 บางครั้งเราก็ลืมรักตัวเราเอง ราคาปก 215.-
15 1% ของความเป็นไปได้ ราคาปก 210.-
16 รอยยิ้มใต้สายฝน ราคาปก 210.-
17 คำที่แปลว่ารัก ราคาปก 190.-
18 โลกด้านที่หันหลังให้ดวงอาทิตย์ ราคาปก 260.-ราคาปกรวม 3,620.-
แถม 2 เล่มคือ ปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงพาไป และ เศษกระดาษมูลค่ารวมเล่มแถม = 4,010.-
ลดเหลือ 2,200.- (รวมค่าส่งแล้ว)เฉลี่ยเล่มละ 110 บาทเท่านั้น
สั่งซื้อได้ทางเดียวคือ inbox เฟซบุ๊คนี้
โอนเงินไปที่บัญชี "วินทร์ เลี้ยววาริณ ธนาคารกสิกรไทย สาขาพัฒน์พงศ์ 018-2-85554-5"
ส่งภาพหลักฐานการโอนมาด้วย เพื่อให้รู้ว่าเป็นลูกค้าคนใดหมายเหตุ หากเล่มใดขาด จะแทนด้วยเล่มที่มีมูลค่าใกล้เคียง
1 วันที่ผ่านมา -
1 วันที่ผ่านมา -

ซื้อได้ในงานหนังสือ หรือจากเว็บไซต์
Mini Zen
https://www.winbookclub.com/store/detail/185/Mini%20ZenMini Tao
https://www.winbookclub.com/store/detail/242/Mini%20TaoMini Stoic
https://www.winbookclub.com/store/detail/253/Mini%20Stoic%20+%20ค่าส่งMini Wabi-sabi
https://www.winbookclub.com/store/detail/260/Mini%20Wabi-sabi1 วันที่ผ่านมา -

แกะเขาใหญ่ (bighorn sheep) เป็นสัตว์พื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือ จัดอยู่ในตระกูลแกะ จุดเด่นของมันคือเขาขนาดใหญ่ซึ่งมันใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว ประวัติศาสตร์บันทึกว่าในช่วงรุ่งเรือง มี bighorn sheep หลายล้านตัวในทวีปอเมริกาเหนือ แต่ในช่วงสองร้อยปีนี้จำนวนลดลงเหลือไม่กี่พัน เพราะโรคภัยที่มากับสัตว์เลี้ยงที่ชาวยุโรปพาเข้ามาในอเมริกา และการล่าอย่างไม่ยั้งมือ
ศัตรูของแกะเขาใหญ่คือสิงโตภูเขา (cougar) สัตว์พื้นเมืองอีกชนิดหนึ่ง ชอบล่าแกะเขาใหญ่เป็นอาหาร
มนุษย์บางคนใช้มาตรฐานของคนไปตัดสินชีวิตสัตว์ มองเห็นว่าสัตว์ใหญ่รังแกสัตว์เล็ก “ไม่ยุติธรรม” ก็เข้าไปก้าวก่ายวงจรธรรมชาติ
มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งว่า ชาวบ้านสงสารแกะเขาใหญ่ถูกสิงโตกิน ก็จับสิงโตภูเขาออกจากพื้นที่ ปรากฏว่าแทนที่แกะเขาใหญ่จะอยู่เย็นเป็นสุข กลับลดจำนวนลง เพราะเมื่อไม่ต้องวิ่งหนีสิงโต ร่างกายอ่อนแอลง ป่วยง่ายขึ้น
...............
ชาวญี่ปุ่นนิยมกินเนื้อปลาสด ยิ่งสดยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ปัญหาคือการขนส่งที่ไกลขึ้นนานขึ้นทำให้เนื้อปลาที่จับได้ลดความสดและความอร่อยลง
ญี่ปุ่นมีเทคนิคการรักษาปลาสดที่เรียกว่า Ikejime และ Kaimin Katsugyo ทำปลาให้อยู่ในสภาพโคม่า เพื่อรักษาความสดระหว่างการขนส่ง แต่ก็ไม่สะดวกทำกับปลาจำนวนมาก
จึงเป็นที่มาของเรื่องเล่าที่ว่า เรือประมงบางลำติดตั้งแทงค์น้ำขนาดใหญ่บนเรือ ใส่ปลาที่จับได้ในนั้น ภายในแทงค์น้ำมีปลาฉลามตัวหนึ่งว่ายวนอยู่ เมื่อปลาเล็กอยู่ใกล้ฉลาม ก็ต้องว่ายหนีตลอดเวลา เมื่อขึ้นฝั่ง ก็ได้ปลาที่มีชีวิตและเนื้อยังสดอยู่
ไม่ว่าทั้งสองเรื่องนี้จะจริงหรือเท็จ หลักการของมันกลับจริงสำหรับมนุษย์ ทั้งทางด้านกายภาพและวิถีชีวิต
ร่างกายมนุษย์เป็นเครื่องจักรอย่างหนึ่ง เครื่องจักรทุกชนิดย่อมมีความสกปรกจากการทำงาน ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบที่ร่างกายสร้างมาเพื่อทำความสะอาด ไม่ให้ป่วย ซึ่งมีที่มาจากการไม่กวาดขยะ
ระบบน้ำเหลืองทำหน้าที่ขนถ่ายพิษและของเสียในร่างกาย เช่น เซลล์ที่ตายเเล้ว แต่ระบบน้ำเหลืองของมนุษย์เราไม่มีปั๊มเหมือนระบบเลือดที่มีหัวใจปั๊มเลือดไปทั่วร่าง เราจึงต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้น้ำเหลืองกระจายไปทั่ว ไม่เช่นนั้นน้ำเหลืองในร่างกายก็อยู่กับที่ตามแรงโน้มถ่วงโลก ดังนั้นการเคลื่อนไหวจึงสำคัญ มนุษย์คนใดที่อยู่เฉย ๆ จะอายุสั้น เพราะร่างกายมนุษย์ต้องการเคลื่อนที่
นี่คือเหตุผลที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ให้ออกกำลังกายด้วยการเเกว่งเเขน เพราะการแกว่งแขนช่วยกระตุ้นรักแร้ ตำแหน่งที่ตั้งของสถานีต่อมน้ำเหลือง ทำให้ระบบน้ำเหลืองทำงานไหลเวียนดีขึ้น และไม่เจ็บป่วยง่าย การว่ายน้ำก็ได้ผลเช่นเดียวกัน
นี่คือเรื่องกายภาพ
แต่ทางจิตใจและวิถีชีวิตก็เป็นจริงเช่นกัน
เรามักพึงใจกับชีวิตที่มั่นคง-ลงตัว เราสร้างค่านิยมว่า ความสบายคือการอยู่เฉย ๆ
ยิ่งสบายและยิ่งอายุมาก เรายิ่งไม่อยากเสี่ยง ไม่อยากออกจาก ‘comfort zone’ สู่พื้นที่ใหม่ ชีวิตเข้าที่เป็นระบบแล้ว จึงเหมือนเดิมทุกวัน
ทว่าปราศจาก ‘สิงโตภูเขา’ และ ‘ฉลาม’ เราอาจตายได้จริง ๆ เพราะความเฉื่อยและความน่าเบื่อ ขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดการพัฒนา ไม่กระตือรือร้น ไม่รู้สึกว่ามีความท้าทายอะไร ชีวิตก็เฉื่อยลง ๆ
คนบางคนตายตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ชีวิตที่เหลือก็เป็นเพียงซากร่างที่เดินได้ หมดไฟสร้างสรรค์ องค์กรที่เป็นเสือนอนกินนาน ๆ ก็มักอ้วนอุ้ยอ้าย คิดอะไรไม่เป็น เมื่อเจอปัญหาก็อาจล้มครืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
สัจธรรมชีวิตบอกว่า ปัญหาและอุปสรรคทำให้เราแกร่งขึ้น ถ้าเราไม่ตายก็จะเข้มแข็งขึ้น
ดังนั้นบางทีการเจอ ‘สิงโต’ กับ ‘ฉลาม’ อาจเป็นโชควาสนาอย่างยิ่งก็ได้
คนมีวิสัยทัศน์จึงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ไม่ปล่อยให้ตัวเองเฉื่อยชา ไม่นอนรอความตาย
หาอะไรใหม่ ๆ ทำ สร้างโจทย์ใหม่ ๆ ให้ขบคิด ท้าทายตัวเองอยู่เสมอ เติมเชื้่อเพลิงด้วยด้วยความรู้ใหม่ ๆ ความใฝ่รู้ ความสงสัย การตั้งคำถาม
ตายเพราะ ‘สิงโตภูเขา’ กัด หรือ ‘ฉลาม’ งับ ก็ยังดีกว่าตายเพราะความเฉื่อย และหมดไฟชีวิตตั้งแต่ก่อนหมดลมหายใจ
วินทร์ เลียววาริณ
3-4-26อ่านฉบับเต็มได้จากหนังสือ 1 เปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้ ตอนนี้มีโปรโมชั่นชุด https://www.facebook.com/photo?fbid=1539189840903035&set=a.208269707328395
1 วันที่ผ่านมา -

สงครามอิหร่านผ่านไปหนึ่งเดือน เสียเงินไปเท่าไรแล้ว?
มีการประเมินว่า สะหะรัดเสียเงินราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อวัน เป็นค่าขีปนาวุธ ค่าใช้จ่าย ค่าดาวเทียม ค่าปฏิบัติการโดรน ค่าซ่อมส้วมตัน ฯลฯ
ยิงจรวดแต่ละลูก คนอเมริกันต้องใช้หนี้กันหัวบาน
แค่สองวันแรกของสงคราม ค่าอาวุธก็ปาเข้าไป 5 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีค่าเครื่องบินที่ถูกยิงตก ค่าฐานทัพ ค่าสถานีเรดาร์สะหะรัดที่ถูกถล่มพินาศ ฯลฯ เงินทั้งนั้น
หากยืดเยื้อไปอีกสองเดือน ก็คงยากจนลงไปเยอะ
สำหรับประเทศในกลุ่ม GCC หนึ่งเดือนนี้หมดไปแล้ว 194 พันล้าน (ขออภัยใช้หน่วย billion เพราะคำนวณไม่ถูก)
ค่าเสียหายของอิษราเอลก็มหาศาล แต่คนจ่ายเงินก็คืออเมริกันชนอีกนั่นแหละ
เป็นเจ้าของสะหะรัดก็ดีอย่างนี้นี่เอง
ส่วนค่าใช้จ่ายของอิหร่าน เมืองพังไปทั้งประเทศ ถ้าจะสร้างใหม่ ก็มหาศาลบานเบอะ ตรงนี้ต้องหามาเอง สะหะรัดไม่จ่ายแน่นอน
ยังไม่รวมเศรษฐกิจที่ย่อยยับไปทั่วโลก และชีวิตคนที่ตายเปล่า
ทั้งหมดนี้เพื่อสนองตัณหาของท่านเนทันและ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ของชาว J ที่เห็นด้วยกับการก่อสงคราม
คนในรุ่น 50 ปีข้างหน้าคงอ่านประวัติศาสตร์โลกตอนนี้ด้วยความมึนงง "คนรุ่นนี้ทำอะไรของมันเนี่ย"
..........................
ถ้าไม่เกิดสงครามอิหร่าน และแต่ละชาติใช้เงินเหล่านี้ เราจะทำอะไรได้บ้าง?
ลองเทียบกับสงครามเย็นดู
คาร์ล เซเกน และ แอนน์ ดรูแยน ประเมินราคาของสงครามเย็นในหนังสือ Billions and Billions (1997) ว่า
สงครามเย็นเริ่มในปี 1946 ยุติเมื่อ 1989 สหรัฐอเมริกาได้จ่ายเงิน (เทียบค่าเงินปี 1989) มากกว่าสิบล้านล้านดอลลาร์ ในการต่อสู้กับสหภาพโซเวียต ในจำนวนนี้มากกว่าหนึ่งในสามถูกนำไปใช้ในยุคประธานาธิบดีเรแกน ซึ่งสร้างหนี้ให้กับชาติมากกว่าทุก ๆ รัฐบาลตั้งแต่สมัย จอร์จ วอชิงตัน รวมเข้าด้วยกัน
“เงินจำนวนนี้ทำอะไรได้บ้าง? (ไม่ต้องทั้งหมด เพราะงบประมาณเพื่อความมั่นคงของชาติยังเป็นสิ่งจำเป็น แต่ - เอาแค่ครึ่งเดียวก็พอ) เงินมากกว่าห้าล้านล้านดอลลาร์เล็กน้อย ถ้าใช้ให้ดี สามารถสร้างความก้าวหน้าอย่างมากมายในการกำจัดความความหิวโหย การไร้บ้าน โรคติดต่อ การเขียนอ่านหนังสือไม่ออก ความไม่รู้ ความยากจน การทำลายสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เฉพาะในสหรัฐอเมริกา หากแต่ทั่วทั้งโลก เราสามารถที่จะช่วยทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้มีความเพียงพอด้านการเกษตร และกำจัดสาเหตุมากมายของความรุนแรงและสงคราม จะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจอเมริกัน แก้ปัญหาหนี้ของชาติ เพียงเสี้ยวเดียวของเงินจำนวนนี้ เราสามารถรวมคนเพื่อโครงการนานาชาติระยะยาวในการส่งคนไปสำรวจดาวอังคาร สามารถช่วยสนับสนุนคนเก่งในด้านประดิษฐกรรมของมนุษย์ในด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม การแพทย์ และวิทยาศาสตร์เป็นเวลาหลายสิบปี”
ใช่ เงินที่เสียไปกับสงครามอิหร่านสามารถสร้างคุณแก่โลกได้มหาศาล
แต่ซาตานสงครามไม่ใช่คนที่แยแสสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชาวโลก
มันเป็นเช่นนั้นเอง
วินทร์ เลียววาริณ
2-4-261 วันที่ผ่านมา
