-
วินทร์ เลียววาริณ10 เดือนที่ผ่านมา
ตามตำนานเสินกวงต้องการสมัครเป็นศิษย์ท่านตั๊กม้อ (พระโพธิธรรม) และแสดงความตั้งใจเข้าสู่ร่มธรรมโดยตัดแขนตัวเอง แล้วหยิบแขนที่ถูกตัดขาดประคองยื่นให้เจ้าอาวาส
พระโพธิธรรมแลเห็นความแน่วแน่ของพระรูปนี้ จึงรับเสินกวงเป็นศิษย์ ตั้งชื่อว่า ฮุ่ยเข่อ
เราคงไม่เชื่อว่าตำนานนี้หมายความตรงคำ คือมีการตัดแขนจริงๆ
เช่นเดียวกันเราคงไม่เชื่อประโยคที่ว่า "เมื่อพบพระพุทธเจ้า ให้ฆ่าพระองค์เสีย" ตามคำ
และในกรณีพระเซนหนานเฉียนฆ่าแมว โดยหั่นเป็นสองท่อน อย่างนี้บรรดาทาสแมวรับไม่ได้จริงๆ
ตำนานเซนมีเรื่องแบบนี้เยอะ และเราก็ต้องอ่านอย่างขบคิด
กลับมาที่เสินกวงตัดแขนตัวเอง
ผู้อ่านที่เคยดูหนังจีนกำลังภายใน ย่อมคุ้นฉากพระวัดเส้าหลินท่องยุทธจักร เวลาเจอใครก็ยกมือข้างเดียวขึ้นเหนืออก เอ่ย "อมิตตพุทธ" หรือ "ประสกจงหลีกทาง" หรือ whatever
การยกแขนข้างเดียวน่าจะมีที่มาจากตำนานฮุ่ยเข่อแขนขาด หรือเกี่ยวข้องกัน
แล้วมันแปลว่าอะไร?
ผมไม่รู้ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่มีคนตีความว่า การหั่นแขนอาจหมายถึงการสลัดตัวตนดั้งเดิมทิ้ง หรือตัดมายาของโลกภายนอกทิ้ง เพื่อเข้าสู่ธรรมของโลกภายใน
ฟังดูดีกว่าตัดแขนเลือดสาดจริงๆ
ป.ล. ในนวนิยาย สี่ภพ ผมรวมฉากนี้เข้าไปด้วย รวมทั้งตีความเรื่องท่านตั๊กม้อนั่งสมาธิในถ้ำนานเก้าปี จนปรากฏเงาบนกำแพง ในเชิงไซไฟ
วินทร์ เลียววาริณ
24-8-25ภาพจากหนังเรื่อง Shalin (2011)
1- แชร์
- 99
-

ช่วงที่คุณบริสุทธิ์เป็นผู้จัดการบริษัท งานของเขาล้นมือ จึงต้องหาผู้ช่วยคนใหม่ มีผู้สมัครจำนวนมาก
คุณบริสุทธิ์สัมภาษณ์ผู้สมัครคนหนึ่ง “ทำไมคุณติดรูปเด็กทารกในใบสมัคร?”
“อ้าว! ก็ในใบสมัครเขียนว่า ขอรูปถ่ายที่มีอายุไม่เกินหกเดือน นี่คือรูปถ่ายผมตอนอายุไม่เกินหกเดือนครับ”
..............................
คุณบริสุทธิ์ถามผู้สมัครอีกคนหนึ่ง “คุณไม่ติดรูปถ่ายในใบสมัคร แต่ติดรูปถ่ายนิ้วมือสองนิ้ว มันมีนัยอะไรหรือ?”
“ก็ประกาศบอกว่าให้ติดรูปถ่ายสองนิ้ว หนูก็เข้าใจว่าตำแหน่งนี้คงต้องเจอคนเยอะ นิ้วมือต้องสวย ไม่ใช่หรือคะ?” ..............................
คุณบริสุทธิ์ถามผู้สมัครอีกคนหนึ่ง “ครั้งก่อนเราเรียกสัมภาษณ์ ทำไมไม่มา?”
“ก็บริษัทเลื่อนนัดนี่คะ”
“เอ๊ะ! ผมจำได้ว่าไม่เคยเลื่อนนัดใคร”
“วันนั้นหนูมาบริษัทตรงเวลาค่ะ พอมาถึงประตูหน้า มันติดป้ายว่า ‘เลื่อน’ หนูก็เลยกลับค่ะ แล้วนัดใหม่เป็นวันนี้”
..............................
ผู้สมัครคนใหม่เป็นหญิงสาวหน้าตาสวย กิริยามารยาทดี บุคลิกดี
คุณบริสุทธิ์ถามหล่อน “เคยทำอะไรมาบ้างครับ? แล้วทำที่ไหน?”
“ก็ทำจมูกกับลักยิ้มค่ะ ทำที่เกาหลีค่ะ”
..............................
คุณบริสุทธิ์ถามผู้สมัครคนใหม่ “คุณถนัดด้านไหน?”
“ผมถนัดด้านขวาครับ”
..............................
ผู้สมัครคนล่าสุดหน่วยก้านใช้ได้ เขาได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 พูดจาดี คุณบริสุทธิ์ตัดสินใจจ้างเขา
“ตกลงผมรับคุณเข้าทำงาน เริ่มต้นหมื่นห้า อีกสามเดือนจะปรับให้เป็นสองหมื่น”
“งั้นผมรออีกสามเดือนค่อยมาสมัครใหม่นะครับ”
..............................
ในที่สุดก็เหลือผู้สมัครคนสุดท้ายในรายการ ชอร์ต ลิสต์ กิริยาเรียบร้อย ปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็ง ไม่เครียด มีความมั่นใจในตัวเองสูง
ชื่อบนใบสมัครคือ คมกริบ คมฤทธิ์กำจร
สายตาคุณบริสุทธิ์สะดุดที่ช่อง sex ว่า “อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง” คุณบริสุทธิ์ยิ้มในใจ ไอ้นี่มีอารมณ์ขัน
คุณบริสุทธิ์ถามเขา “ผมคุยกับคุณมาเกือบชั่วโมง คุณมีความรู้รอบตัวสูง ท่าทางชอบเข้าสังคม จึงมีเรื่องหนึ่งที่อยากถาม”
“ถามเลยครับ”
“คุณดื่มเหล้ามั้ย?”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เอ่ยว่า “กำลังอยากเลยครับ แต่แก้วเดียวพอนะครับ เดี๋ยวผมต้องขับรถกลับบ้านด้วย”
สวัสดีวันจันทร์ ขอให้มีความสุขทั้งวัน ทั้งอาทิตย์นะครับ
วินทร์ เลียววาริณ
20-7-26.........................
จากนวนิยาย เรื่องรักของคุณบริสุทธิ์กับนางสาวภุมรี ศจีรมย์ สมถวิล จินตหรา พารัก ปักเสน่ห์ เรวดี ศรีสกาว (ใช่ นิยายชื่อยาวๆ กวนตีนอย่างนี้แหละ Who will why)
นี่เป็นนวนิยายแนวใหม่ที่นำขำขันตลกๆ ระดับ ‘ขำกลิ้ง’ 400 เรื่องมายำเป็นนวนิยาย
ค่าคลายเครียดแค่ 330 บาท เฉลี่ยขำละ 80 สตางค์ หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
โปรโมชั่น https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201
Shopee เดี่ยว https://s.shopee.co.th/1VjWGyXzed
https://s.shopee.co.th/9A8xPCjmLp
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
0 วันที่ผ่านมา -

วินทร์ #9299 : “ผมว่าพวกเราโดยเฉพาะคน 36 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเลือกที่จะไม่มีศาสนาในตอนนี้นับว่าโชคดีที่สามารถเลือกได้ ถ้าเป็นอดีตกาล การไม่มีศาสนาอาจเป็นการเซ็นคำสั่งประหารชีวิตตัวเอง”
วินทร์ #2009 : “ความจริงโลกปัจจุบันในบางที่ การไม่มีศาสนาก็เป็นการเซ็นคำสั่งประหารชีวิตตัวเองเหมือนกัน”
วินทร์ #9299 : “หมายความว่ายังไง?”
วินทร์ #2009 : “บางประเทศในตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย ซูดาน เยเมน การเป็นเกย์มีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต พวกเขาเห็นว่าโฮโมเซ็กชวลเป็นเรื่องผิดศีลธรรมและครรลองของศาสนา”
วินทร์ #1001 : “ไม่เฉพาะแต่ตะวันออกกลางหรอกครับที่มองเรื่องนี้ว่า ‘ผิดศาสนา’ แม้แต่ประเทศอังกฤษที่เป็นเสรีประชาธิปไตยที่สุดประเทศหนึ่ง เมื่อไม่กี่สิบปีก่อน ก็มีกฎหมายลงโทษคนเป็นเกย์เหมือนกัน คุณเคยได้ยินชื่อ อลัน ทิวริง ไหม?”
วินทร์ #7788 : “ใครคือ อลัน ทิวริง?”
วินทร์ #1001 : “ทิวริงเป็นนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะชาวอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง...”
วินทร์ #8561 : “สงครามโลก? โลกของผมไม่มีสงครามโลก มันเป็นยังไงหรือ?”
วินทร์ #1001 : “สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเริ่มรบกันที่ยุโรป แล้วขยายไปประเทศอื่น ๆ ครั้งแรกตายไปราว 15 ล้าน ครั้งที่สองนำโดยฮิตเลอร์กับลัทธินาซีของเขา เข้ายึดครองประเทศเพื่อนบ้าน แล้วบานปลายไปเรื่อย ๆ จนพวกญี่ปุ่นเข้ามาร่วมวงด้วย ตายไปราว 85 ล้านคน ตอนท้ายเยอรมนีกับญี่ปุ่นแพ้สงคราม”
วินทร์ #9299 : “โลกของผมมีสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เยอรมนีกับญี่ปุ่นชนะสงคราม”
วินทร์ #7788 : “ส่วนโลกผมมีสงครามโลกครั้งที่สาม ช่างเถอะ เล่าเรื่อง อลัน ทิวริง ของคุณต่อดีกว่า”
วินทร์ #1001 : “ฝ่ายเยอรมนีสร้างเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาใช้ในกองทัพ เรียกว่า เอ็นนิกมา ทำงานโดยเข้ารหัสข้อความที่ต้องการสื่อสารโดยผสมอักษรและตัวเลข ดังนั้นถ้าไม่รู้รหัส ก็ไม่มีทางถอดข้อความออกมาได้ ฝ่ายสัมพันธมิตรรู้ดีว่าตราบใดที่พวกเขาถอดรหัสเอ็นนิกมาไม่ได้ ก็ยากจะชนะสงคราม ทางการอังกฤษจึงควานหานักคณิตศาสตร์มือดีทั่วประเทศ ในที่สุดก็ได้ อลัน ทิวริง มาร่วมงาน ทิวริงเป็นนักคณิตศาสตร์ออกแนวเนิร์ด ๆ สักหน่อย”
วินทร์ #2009 : “ความจริงไม่หน่อย มากเลย!”
วินทร์ #1001 : “เอ้า! มากเลยก็มากเลย! แต่ความเนิร์ดของเขาอาจสืบเนื่องมาจากความเป็นโฮโมเซ็กชวล ทำให้เขาเป็นคนเก็บตัว เข้ากับคนอื่นไม่ได้ เพราะเวลานั้นโฮโมเซ็กชวลเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ประเทศอังกฤษสมัยนั้นยังเป็นโลกของคนหัวเก่า ต่อต้านโฮโมเซ็กชวลอย่างเข้มงวด ถ้าคุณเป็นเกย์ก็ต้องเข้าคุก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะทิวริงเก็บความลับของตัวเองได้เป็นอย่างดี ก็คงเพราะทางการสนใจผลงานมากกว่าเรื่องรสนิยมทางเพศของเขา...”
วินทร์ #2009 : “น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า”
วินทร์ #1001 : “ทิวริงสร้างเครื่องถอดรหัสเรียกว่าเครื่อง Bombe ทดลองอยู่นานจนในที่สุดก็สำเร็จ สามารถถอดรหัสเอ็นนิกมา ฝ่ายสัมพันธมิตรก็สร้างเครื่องนี้ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ถอดรหัสลับเยอรมัน รู้แผนปฏิบัติการต่าง ๆ ของกองทัพนาซีล่วงหน้า ผลงานของทีมงานนี้ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงคราม สงครามโลกยุติเร็วกว่าเดิม ช่วยชีวิตคนมหาศาล ที่สำคัญคือสิ่งประดิษฐ์ของทิวริงเป็นต้นกำเนิดของคอมพิวเตอร์ในโลก เรื่องก็น่าจะจบด้วยดี แต่ถ้ามันเป็นเรื่อง แฮปปี้ เอนดิ้ง ผมก็คงไม่เล่า!...”
วินทร์ #4512 : “เกิดอะไรขึ้น?”
วินทร์ #1001 : “หลังสงคราม ทิวริงถูกจับได้ว่าเป็นโฮโมเซ็กชวล เขาขึ้นศาล ผู้พิพากษาให้เขาเลือกระหว่างเข้าคุกหรือรับการฉีดฮอร์โมนเพศ เขาเลือกทางหลัง หลังจากการบำบัดด้วยยา ทำให้เขามีหน้าอกอย่างผู้หญิง จิตใจแปรปรวนอย่างหนัก ในที่สุดทิวริงก็ฆ่าตัวตายโดยกินแอปเปิลเคลือบไซยาไนด์”
วินทร์ #4512 : “ไม่อยากเชื่อ ทำไมประเทศอังกฤษตอบแทนวีรบุรุษของชาติแบบนี้?”
วินทร์ #1001 : “นี่ทำให้เราเห็นอีกบทบาทหนึ่งของศาสนาต่อสังคม เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณกาล ในสมัยกลางมีขบวนการล่าแม่มด ซึ่งเคราะห์ร้ายถูกจัดเป็น ‘พวกนอกศาสนา’ ตายไปหลายล้านคน ต่อมาก็เหมาคนรักร่วมเพศเป็นเรื่องผิดศีลธรรมไปด้วย คนจำนวนมากกลายเป็นเหยื่อของคนที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือ อย่างในตะวันออกกลาง”
วินทร์ #9299 : “ชาวอาหรับเห็นว่าโฮโมเซ็กชวลเป็นผลผลิตของโลกตะวันตก”
วินทร์ #5789 : “ข้อมูลของคุณทั้งคู่ไม่ครบถ้วนนะครับ ไม่ใช่โลกอาหรับทุกประเทศที่ต่อต้านโฮโมเซ็กชวล ความจริงกลับตรงกันข้าม ในสมัยก่อน นักเดินทางชาวตะวันตกประหลาดใจมากเมื่อพบว่าอิสลามค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องนี้ นักเขียนดัง ๆ หลายคน เช่น ออสการ์ ไวลด์, อี. เอ็ม. ฟอร์สเตอร์, อองเดร ชีด ซึ่งเดินทางไปตะวันออกกลางบันทึกไว้ว่า โลกอาหรับยอมรับเรื่องโฮโมเซ็กชวลมากกว่าโลกตะวันตกเสียอีก และนี่คือก่อนสมัยของทิวริงด้วยซ้ำ”
วินทร์ #1001 : “ว่าก็ว่าเถอะ การจัดให้โฮโมเซ็กชวลเป็นเรื่องผิดศีลธรรมนั้นเป็นความคิดที่สวนทางกับเป้าหมายของศาสนาซึ่งต้องการสร้างสันติสุขในสังคม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่ามันเป็นเรื่องพันธุกรรม ถ้าเลือกได้ใครล่ะอยากเป็นเกย์ ตุ๊ด ทอม? ยีนของโฮโมเซ็กชวลกำหนดพฤติกรรมอย่างนั้น ความผิดของเจ้าตัวมีอย่างเดียวคือเคราะห์ร้ายที่รับยีนกลายพันธุ์มา ดังนั้นถ้าเราใช้เรื่องยีนกลายพันธุ์เป็นเหตุผลตัดสินคนคนหนึ่งว่าไร้ศีลธรรมและศาสนา เราก็คงต้องรวมคนเป็นมะเร็งทุกชนิด รวมคนเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียอีกร้อยล้านคนเข้าไปด้วย เพราะมันเกิดจากยีนกลายพันธุ์เช่นกัน...
“คนที่ใช้เหตุผลว่าโฮโมเซ็กชวลเป็นการเบี่ยงเบนทางเพศที่ผิดปกติไม่เข้าใจหลักวิวัฒนาการของชีวิต คุณรู้ใช่มั้ยว่าสิ่งมีชีวิตแรก ๆ ในโลกมีเพศเดียว สืบพันธุ์โดยการแบ่งตัว เป็นอย่างนี้มานานหลายพันล้านปี แต่เพิ่งมีกระบวนการสืบพันธุ์แบบตัวผู้ตัวเมียเมื่อไม่กี่ร้อยล้านปีนี่เอง แต่การสืบพันธุ์แบบเพศเดียวก็ยังมีอยู่ ถ้ามองแบบนี้เราก็สามารถพูดได้ว่า การมีสองเพศก็คือการกลายพันธุ์ การมีสองเพศต่างหากที่เป็นเรื่อง ‘ผิดปกติ’! ถ้าพวกอะมีบาหรือสัตว์เซลล์เดียวมีศาสนา มันก็คงตัดสินพวกเราว่าเบี่ยงเบนทางเพศ และเป็น ‘พวกนอกศาสนา’ แต่การกลายพันธุ์เกิดขึ้นตลอดเวลา ในวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจนเราถือว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นหากเราเข้าใจกระบวนการวิวัฒนาการ เราก็จะเลิกลงโทษพวกโฮโมเซ็กชวล เลิกประทับตราพวกเขาว่าผิดปกติ เราทั้งหมดล้วนแต่ผิดปกติทั้งนั้นแหละ"
วินทร์ #2009 : “ยังไม่มีข้อสรุปว่าโฮโมเซ็กชวลมาจากยีน”
วินทร์ #1001 : “แต่ก็ไม่มีข้อสรุปว่าโฮโมเซ็กชวลไม่ได้มาจากยีนหรือพันธุกรรมเช่นกัน พวกต่อต้านโฮโมเซ็กชวลมักบอกว่าโฮโมเซ็กชวลมาจากการเลี้ยงดูหรือสภาพแวดล้อม หรือเป็นการเลือกของเจ้าตัว ถ้าเป็นจริง เราจะอธิบายเรื่องโฮโมเซ็กชวลในสัตว์ได้อย่างไร พวกมันมีสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูต่างจากเรา ก็ยังมีสัตว์ที่เป็นเกย์ อีกประการ ถ้าโฮโมเซ็กชวลเป็น ‘การเลือก’ ย่อมมีคนเลิกเป็นไปนานแล้ว เพราะโทษของการเป็นโฮโมเซ็กชวลในโลกมนุษย์มันรุนแรงเหลือเกิน ถ้าแก้ไขได้ใครเล่าจะไม่อยากแก้ แต่พลังของยีนมันรุนแรงเกินกำลังใครที่จะแก้ อย่างไรก็ตาม มันไม่สำคัญว่าโฮโมเซ็กชวลเกิดจากพันธุกรรมหรือไม่ ประเด็นสำคัญคือ ในฐานะมนุษย์ซึ่งชอบอ้างว่ามีศาสนา เราไม่มีสิทธิ์ตัดสินใคร โดยเฉพาะใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือประหัตประหารคน น่าเสียใจที่ทิวริงไม่ใช่รายแรกและรายสุดท้าย มีตัวอย่างมากมายนับไม่ถ้วนในประวัติศาสตร์”
วินทร์ #1800 : “อีกตัวอย่างที่คลาสสิกคือกรณีของ ลูเธอร์ เบอร์แบงก์
วินทร์ #9299 : “ใคร?”
วินทร์ #1800 : “ลูเธอร์ เบอร์แบงก์ เป็นนักพฤกษศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงช่วงศตวรรษที่ 19-20”
วินทร์ #5789 : “คือคนที่เป็นนักวิศวกรรมพันธุศาสตร์ทางต้นไม้คนแรก ๆ ของโลก?”
วินทร์ #1800 : “ใช่ คนนั้นแหละ ท่านตัดต่อพันธุ์ไม้นานาชนิดเพื่อประโยชน์ของชาวโลก ท่านคงจากโลกไปด้วยเสียงยกย่องสรรเสริญ แต่เหมือนทิวริง เรื่องกลับพลิกผันในตอนท้าย เมื่อในวัยเจ็ดสิบเจ็ด ท่านเผยตัวตนว่าเป็น atheist คือคนที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ท่านบอกว่า ‘ฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้อื่นยื่นมาให้เชื่อ ฉันเป็นนักสงสัย นักตั้งคำถาม ฉันเป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีความเป็นอมตะ หรือมีชีวิตหลังความตาย เมื่อนั้นฉันจึงจะเชื่อ แต่ไม่เช่นนั้น - ไม่!’ เชื่อมั้ยว่าเพียงชั่วข้ามคืน / คำพูดนี้เปลี่ยนความรักของคนที่มีต่อท่านไปเป็นความเกลียดชัง จดหมายจำนวนมากหลั่งไหลไปที่บ้าน ด่าทอท่านอย่างรุนแรง ไม่นานท่านก็ล้มป่วยและจากโลกนี้ไปอย่างตรอมตรม”
วินทร์ #1001 : “นี่เป็นความขันขื่นอย่างยิ่ง หากเทียบคุณงามความดีที่ท่านทำมาตลอดชีวิตย่อมเหนือกว่าพวกมือถือสากปากถือศีลทั้งหลาย เคยมีคนถามท่านว่า ‘คุณนับถือศาสนาอะไร?’ ท่านตอบว่า ‘ศาสนาของฉันคือความยุติธรรม ความรัก ความจริง สันติภาพ ความกลมกลืน การรวมกันอย่างสงบสันติระหว่างวิทยาศาสตร์กับกฎแห่งจักรวาล’ แต่ไม่มีใครอยากได้ยินคำตอบแบบนี้ เพราะความยุติธรรม ความรัก ความจริง สันติภาพ ฯลฯ ไม่ใช่ยี่ห้อศาสนาที่คนส่วนใหญ่สังกัด ดังนั้นท่านจึงเป็น ‘คนไม่มีศาสนา’ เป็นพวกมาร”
วินทร์ #1800 : “เป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่เราตอบแทนคนที่สร้างคุณประโยชน์ให้โลกแบบนี้ เพียงเพราะพวกเขาคิดต่างกันในเรื่องศาสนาเท่านั้น การไม่มีศาสนาในยุคนั้นต้องใช้ความกล้าหาญมาก เพราะไม่มีที่ยืนในสังคม”
(อ่านตอนต่อสัปดาห์หน้า)
วินทร์ เลียววาริณ
19-7-26จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์
อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน
ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้วสั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation
ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน
1 วันที่ผ่านมา -

คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ
วันนี้มี 2 คำถาม 1 คำตอบ
คุณวินทร์ชอบต้นไม้อะไร และเห็นอย่างไรเรื่องต้นไม้มงคล
อ่านคำตอบได้จากลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6a574a1aa5a792459c0db566
ผู้อ่านสามารถคุยหรือตั้งคำถามกับผู้เขียนได้ เขียนคำถามมาได้ที่ inbox เพจเฟซบุ๊ค วินทร์ เลียววาริณ ช่วยแจ้งชื่อหรือนามปากกาด้วย ถ้าไม่แจ้งจะใส่ "ไม่ประสงค์จะออกนาม"
1 วันที่ผ่านมา -

(มีสปอยเลอร์ ขอแนะนำท่านที่คิดจะดูหนังเรื่องนี้ ดูหนังก่อนอ่านรีวิว แต่ควรอ่านเรื่องย่อของหนังสือ Odyssey ก่อนในโพสต์ก่อน)
คริสโตเฟอร์ โนแลน สร้างชื่อจากเรื่อง Memento เมื่อ 26 ปีมาแล้ว (ได้คะแนน 10/10 จากผม) เป็นหนังทุนต่ำที่ทำออกมาดีเยี่ยม
ครั้งแรกที่ผมดูเรื่องนี้ ผมบอกตัวเองว่า ผู้กำกับคนนี้ต้องไปไกลสัก 100 ปีแสงแน่
ปรากฏว่าเขาไปไกลถึง 500 ปีแสง
หลังจากนั้นโนแลนก็จับงานใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุนสูงขึ้นๆ งานของเขาแทบทั้งหมดเป็น original idea ที่ปกติฮอลลีวูดไม่ชอบเสี่ยง โชคดีที่หนังขายได้ โนแลนก็ได้ทำหนังที่ได้ทั้งเงินและกล่อง
จนเมื่อหนังเรื่องก่อนของเขา Oppenheimer โนแลนเริ่มทำหนังที่ลดความหวือหวาพิสดารลง เน้นสาระความคิดที่ลุ่มลึกขึ้น Oppenheimer เป็นหนังประวัติชีวิตคน แต่มีฉากเหนือจริงหลายฉากซึ่งมักใช้ในงานวรรณกรรมจริงจัง ในความเห็นของผม นี่ก็คือการลอกคราบของเขา ผลก็คือรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และกำกับการแสดงยอดเยี่ยม
ความสำเร็จของ Oppenheimer ทำให้เขาน่าจะเป็นผู้กำกับหนึ่งในไม่กี่คนในโลกที่สามารถกำหนดเรื่องที่อยากทำได้ ต่อให้อยากทำเรื่องนางนากพระโขนง กระสือสาว บ้านผีปอบ หรือกุมารทอง ก็เชื่อว่าฮอลลีวูดยินดีควักเงินให้เขาสัก 200-300 ล้านเหรียญ ไปทำกระสือแบบ practical effect ให้สบายใจ
..............................
The Odyssey เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาหันมาทำหนังที่ต้องใช้สมองมากขึ้น (คนละแบบกับที่คนดูใช้สมองดูเรื่อง Tenet หนังที่เปลืองนิวรอนมากที่สุดในโลก) เข้าหาตัวตนภายในมากขึ้น
แม้เค้าโครงเรื่องของ The Odyssey จะเป็นการนำเรื่อง Odyssey ของโฮเมอร์มาทำ แต่นี่เป็นการตีความเล่าใหม่ สะท้อนสังคมร่วมสมัยที่มนุษย์บางกลุ่มชอบทำสงครามรายวัน
ตัวละครเอกคือ โอดิสซูส หรือยูลิสซิส กษัตริย์แห่งอิธากา เขาถูกพันธมิตรขอให้ไปร่วมรบที่สงครามแห่งทรอย (Trojan War) นานสิบปี ผลของสงครามครั้งนั้นเปลี่ยนมุมมองชีวิตและโลกทัศน์ของเขา
หลังจากสงครามโทรจันยุติ โอดิสซูสเดินทางกลับบ้านที่อิธากา แต่การเดินทางของเขาผจญอุปสรรคต่างๆ มากมาย เจอสัตว์ประหลาด ยักษ์ เทพธิดา แม่มด พายุ สะดือทะเล ฯลฯ
นี่ดูเผินๆ เป็นหนังผจญภัยแนวซินแบด หรือ อภินิหารขนแกะทองคำ (Jason and the Argonauts) หนังยุคเก่าที่ยังใช้เทคนิค stop-motion ของ Ray Harryhausen แต่ The Odyssey ฉบับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ใช่หนังผจญภัยแบบนั้น โนแลนไม่ได้สร้างงานบันเทิง แบบ Gladiator หรือ 300 หรือ Spartacus ฉบับทีวี แต่สร้างงานที่ซ่อนความหมายของชีวิต ผ่านตำนานโบราณ
หนังเรื่องนี้ดูยาก แต่ลุ่มลึกกว่า
แทบทุกองค์ประกอบของการผจญภัยเป็นสัญลักษณ์ที่ตีความเป็นหนังปรัชญา ยกตัวอย่าง เช่น ฉากแม่มดเซอร์ซีที่เปลี่ยนคนเป็นสุกร ก็สะท้อนว่า ‘สุกร’ คือตัวตนที่แท้จริงของคนเหล่านั้น ในฉากนี้ ทหารในมุมมองของชาวบ้านก็คือพวกที่ปล้น ฆ่า ข่มขืน
องค์ประกอบดอกบัวที่กินแล้วลืมทุกอย่าง ก็เป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาภายในของเราที่ไม่มีความสุขในโลกที่เราอยู่ เป็นต้น
หากเราดูหนังเรื่องนี้เชิงสัญลักษณ์ จะพบว่าหนังสะท้อนสังคมร่วมสมัยอย่างพอดิบพอดี
ยกตัวอย่าง เช่น กรุงทรอยเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอย่างกาซาหรืออิหร่าน การระดมพลไปรบกับทรอยโดยอาณาจักรต่างๆ ก็เสมือนการระดมกำลังโดยสหรัฐฯและพวกพ้องในยุโรปไปบุกอิหร่าน ไม่ว่าคนสร้างหนังตั้งใจหรือไม่ มันเสียบกันได้พอดี
มองอย่างนี้ แม่มดทั้งหลายที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ ก็เช่นมหาอำนาจที่กดขี่ชาติอื่นๆ ไม่ว่าจะด้วยอาวุธหรือภาษี
อีกตัวอย่างหนึ่งคือม้าไม้ (ในหนังเป็นม้าเหล็ก) ที่ผู้บุกรุกมอบให้เป็น ‘ของขวัญ’ แก่ชาวเมืองทรอย เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพหรือการเจรจาทางการทูต ม้ากลนี้ก็ซ่อนอาวุธอยู่ภายใน พร้อมที่จะสังหารอีกฝ่าย (อดนึกถึงตอนสหรัฐฯเจรจาสันติภาพกับอิหร่านและทิ้งระเบิดไปพร้อมกันไม่ได้!)
หนังยังแสดงฉากอาคารบ้านเรือนในทรอยถล่มจากสงคราม ทำให้เราอดนึกถึงภาพตึกต่างๆ ในกาซาที่ถูกถล่มไม่ได้
ฉากโลกของคนตายที่เต็มไปด้วยทหารที่ตายในสงครามก็ทำให้เราเห็นภาพสงครามในด้านที่ไร้ลำนำแห่งคำสรรเสริญสงคราม
ดูหนังด้วยมุมมองนี้ จะพบว่านี่เป็นหนังต่อต้านสงคราม ซ่อนในรูปตำนานโบราณ
โอดิสซูสพบว่าสงครามโทรจันแสดงด้านที่เผยตัวตนด้านมืดของมนุษย์
..............................
ก็มาถึงดรามานอกจอเรื่อง woke ของหนังเรื่องนี้ คนจำนวนมากบอกว่าการคาสต์นักแสดงผิวดำเป็นเฮเลนแห่งทรอย เป็นเรื่องที่รับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
คนส่วนมากเคยชินกับหนังฝรั่งที่สร้างเฮเลนแห่งทรอยเป็นสตรีผิวขาว สวยสุดในปฐพี แต่อาจไม่รู้ว่า มันไม่มีเฮเลนแห่งทรอยมาตั้งแต่แรก
เฮเลนแห่งทรอยไม่มีในประวัติศาสตร์ แม้นักโบราณคดีคาดว่าอาจมีเมืองทรอยจริงๆ แต่นักประวัติศาสตร์ส่วนมากเห็นว่า เฮเลนแห่งทรอยเป็นจินตนาการของโฮเมอร์ล้วนๆ
ถ้าเฮเลนแห่งทรอยเป็นจินตนาการ ทำไมจึงต้องมีดรามาเรื่องสีผิว?
อีกประการ หนังไม่ได้ชี้ว่าสงครามเมืองทรอยเป็นศึกชิงนางเพื่อกู้ศักดิ์ศรี มันเป็นข้ออ้างในการทำสงครามเพื่อควบคุมเศรษฐกิจและเส้นทางการค้าในทะเลอีเจียนต่างหาก ดังนั้นความสวยของเฮเลนไม่ใช่ประเด็น เป็นแค่ข้ออ้าง
จุดน่าสนใจจุดหนึ่งที่โนแลนเติมเข้าไปในหนังคือ บาดแผลบนใบหน้าของเฮเลนแห่งทรอย สะท้อนด้านโหดร้ายของสงคราม ชี้ว่าสงครามไม่ปรานีใคร แม้แต่ราชินี แผลเป็นนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเลวร้ายของสงคราม
หนังมีข้อด้อยกระจายไป แต่พอมองข้ามได้ เช่น บางท่อนพูดเรื่องปรัชญาชีวิตเหมือนเลกเชอร์ หรือการใช้ภาษาแบบใหม่ คำว่าฟักเฟิกลอยมา เหมือนบอกคนอ่านว่า เรากำลังทำหนังฉากปัจจุบันอยู่
หนังความยาวเกือบสามชั่วโมงนี้มีลายเซ็นของโนแลนอย่างเหนียวแน่น การตัดต่อ การสลับภาพ หลายฉากคล้าย The Dark Knight Rises หรือ Inception
แต่อย่าคาดหวังความสนุกจากการรบแบบ Gladiator หรือ Kingdom of Heaven เป็นหนังคนละม้วนกัน
ผู้กำกับหลายคนเดินซ้ำรอยความสำเร็จของตน ดูเหมือนโนแลนจะไม่อยู่ในกลุ่มนั้น
9.5/10
(ฉายทางโรงภาพยนตร์)วินทร์ เลียววาริณ
17-7-26วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่ The MEB
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
2 วันที่ผ่านมา -

วิเวียน ธอมัส เป็นผู้ชายที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขาใช้ชื่อที่ฟังดูคล้ายนามสตรี แต่เพราะเขาพิสูจน์ว่าห้องเรียนไม่ใช่หนทางไปสู่ความสำเร็จเสมอไป
วิเวียนเรียนดีมาแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาสเรียนสูง วิกฤติตลาดหุ้นล่มในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบทำลายความฝันของเขาพินาศ
วิเวียนเกิดที่ลุยเซียนาเกือบหนึ่งร้อยปีมาแล้ว พ่อเป็นช่างไม้ เขาจบด้วยคะแนนเกียรตินิยมจากโรงเรียน และใฝ่ฝันจะเป็นหมอ ในปี 1929 เขากำลังเตรียมเข้าเรียนแพทย์ในมหาวิทยาลัย ด้วยเงินที่เก็บออมไว้จากการทำงานช่างไม้ แต่เงินนั้นก็สลายไปเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เขาต้องออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีแรก
อายุสิบเก้า เขาเข้าทำงานในตำแหน่งภารโรง ณ โรงเรียนแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ ที่นั่นเขารู้จักหมอ อัลเฟรด เบลฺล็อก เป็นครั้งแรก ผ่านงานไปช่วงหนึ่งหมอเบลฺล็อกให้เขาทำงานเป็นช่างเทคนิคในห้องทดลอง
วิเวียนยังหวังจะเก็บเงินไปเรียนหมอ แต่วิกฤติเศรษฐกิจย่ำแย่ลงอีก เขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำงานเลี้ยงตัวต่อไป
เขาทำงานวันละสิบหกชั่วโมง เป็นลูกมือหมอเพื่อศึกษาโรคหัวใจที่เรียกกันว่า Blue Baby Syndrome โรคนี้ทำให้ริมฝีปากและนิ้วของคนไข้เป็นสีน้ำเงิน และผิวหนังทั้งร่างเป็นสีฟ้า (จึงเป็นที่มาของชื่อโรค) คนไข้มักหายใจลำบากและมีอายุสั้น ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังไม่เคยมีใครในโลกทำสำเร็จ
ทั้งสองทำงานเข้าขากันดี เมื่อหมอเบลฺล็อกกลายเป็นหัวหน้าฝ่ายผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย จอห์นส์ ฮ็อปกินส์ เขายืนยันให้โรงพยาบาลจ้างวิเวียนด้วย
ที่โรงพยาบาลแห่งนี้เอง ทั้งสองพบหมอเฮเลน ทอสซิก ผู้เสนอความคิดว่า อาจเป็นได้ที่จะเอาส่วนหนึ่งของเส้นเลือดมาเชื่อมทางสายใหม่จากหัวใจสู่ปอดเพื่อเพิ่มระดับการไหลเวียนของเลือด นี่หมายถึงการผ่าตัดที่ซับซ้อนยิ่ง และต้องการเครื่องมือผ่าตัดที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก
วิเวียนรับหน้าที่ประดิษฐ์เครื่องมือใหม่นี้
วิเวียนเริ่มศึกษาและทดลองเรื่องนี้กับสุนัข ผ่านไปสองปีกับชีวิตสุนัขอีกสองร้อยตัว จนเข้าใจสรีระของหัวใจและอาการช็อกที่เกิดจากการสูญเสียของเหลวและเลือดในร่างกายดีขึ้น พวกเขาจึงพัฒนาการผ่าตัดแบบใหม่กับคนเป็นครั้งแรก
ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2487 การผ่าตัดคนสำเร็จเป็นครั้งแรกในโลก คนไข้เป็นเด็กหญิงอายุสิบห้าเดือน ตลอดการผ่าตัด วิเวียนเป็นผู้กำกับด้านเทคนิค เพราะเขาผ่าตัดสุนัขมากครั้งกว่า แม้การผ่าตัดจะต่อชีวิตเด็กหญิงได้เพียงสองเดือน แต่ผลงานของเขากับหมอเบลฺล็อกแผ้วทางการผ่าตัดที่ใช้ทั่วไปในกาลต่อมา โดยที่ทีมงานทุกคนได้รับการยกย่อง ยกเว้นวิเวียนเพียงคนเดียว
เหตุผลหนึ่งเพราะเขาไม่ได้เรียนจบแพทยศาสตร์ อีกเหตุผลหนึ่งคือเขาเป็นคนผิวดำ
ขณะที่ทำงานในโรงพยาบาล เขาสวมชุดขาว ซึ่งเป็นชุดปกติของสถาบัน แต่ในที่สุดใครบางคนก็ขอให้เขาถอดชุดขาวนั้นเสีย เขารู้สึกท้อถอยยิ่ง
อย่างไรก็ตาม วิเวียนก็ได้ทำหน้าที่ฝึกฝนหมอรุ่นใหม่ในการทำงานนี้ แต่เขายังเป็นเพียงช่างเทคนิคเงินเดือนน้อยนิด ต้องทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ควบคู่ไปด้วย บางครั้งเขาต้องให้บริการเครื่องดื่มแก่ลูกศิษย์ของเขาเอง!
ในวัยสามสิบเจ็ด เขายังพยายามเข้ามหาวิทยาลัยเรียนแพทย์อย่างที่เคยฝันไว้ เขาเริ่มเรียนชั้นปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัย มอร์แกน สเตท แต่ก็พบว่า เขาจะมีอายุห้าสิบเมื่อเรียนจบ เขามองเห็นว่า น่าจะดีกว่าหากเขายังทำงาน 'ใหญ่' ในตำแหน่งเล็ก ๆ เช่นเดิม
เขากลับไปทำงานเดิม ช่วยการผ่าตัดจำนวนหลายร้อยราย การวิจัย และช่วยด้านอื่น ๆ รวมทั้งการสอนนักศึกษาแพทย์ในเทคนิคบางอย่าง
งานช่วยชีวิตคนสำคัญกว่าความน้อยเนื้อต่ำใจ วิเวียนทำงานในมหาวิทยาลัยต่อมาจนชราแต่เขาก็ยังไม่ใช่หมอ!
สำหรับ วิเวียน ธอมัส ปริญญาบัตรไม่ได้มีความหมายมากไปกว่ากระดาษแผ่นเดียว
การเรียนไม่จำเป็นต้องมาจากห้องเรียน การเรียนที่ดีที่สุดคือการเรียนด้วยหัวใจ
ในวัยหกสิบหก เขาได้รับปริญญากิตมศักดิ์ทางกฎหมาย เขาไม่ได้รับปริญญาสายแพทยศาสตร์ เนื่องจากความซับซ้อนบางประการของกฎระเบียบ! และก่อนเกษียณ เขาได้เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านการผ่าตัด ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนแพทย์ มีค่าสูงกว่าใบปริญญาแพทยศาสตร์ วินทร์ เลียววาริณ
17-7-26
จาก เบื้องบนยังมีแสงดาว
หนังสือเสริมกำลังใจ 165 บาท 44 บทความ เรื่องละ 3.75 บาท
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/84/เบื้องบนยังมีแสงดาวท่านที่สั่งซื้อและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงินแล้ว
3 วันที่ผ่านมา
