• วินทร์ เลียววาริณ
    6 เดือนที่ผ่านมา

    วันก่อนพูดเรื่องภาษาสวย บางทีเราก็เรียกว่าภาษากวี ซึ่งไม่จำเป็นต้องสัมผัสนอกสัมผัสในเสมอไป แต่หมายถึงภาษางดงาม

    สมัยผมยังตอบรับคำเชิญไปพูดตามเวทีต่างๆ ผู้แนะนำมักประกาศว่า "นี่คือคุณวินทร์ กวีซีไรต์..."

    ตรงนี้ผิดกันมาก เพราะผมไม่ใช่กวีซีไรต์ เป็นแค่นักเขียนซีไรต์ กวีซีไรต์หมายถึงกวีที่ได้รับรางวัลซีไรต์ เช่น เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ไพวรินทร์ ขาวงาม ฯลฯ

    ผมไม่เคยทำงานสายกวีมาเลย แต่ชอบอ่าน กวีทั้งสองท่านที่เอ่ยนาม ก็มักส่งงานมาให้อ่าน

    คนไทยเรียนบทกวีมาแต่เด็ก บางคนนึกไม่ออกว่าเรียนไปทำไม บ้างรู้สึกว่ามันคร่ำครึ โบราณ

    ภาษาไทยแตกต่างจากหลายๆ ภาษาในโลก มันเอื้อให้เขียนเป็นบทกวีคล้องจองได้ง่าย เมื่อรวมวรรณยุกต์กับสัมผัสใน-นอก ภาษาไทยก็เหมือนเพลงดีๆ นี่เอง

    หากคิดว่าบทกวีหมดยุคไปแล้ว ก็ลองอ่านงานของไพวรินทร์บทนี้

    "คิดไม่ถึงจะคิดถึงถึงเพียงนี้ 
    คิดไม่ถึงใจจะมีที่คิดถึง 
    เพียงแค่คิดไม่คิดว่าจะตราตรึง 
    คิดที่นี่อีกทีหนึ่งคิดถึงกัน"

    พ.ศ. ไหนก็เอาไปใช้จีบสาวได้

    กลับมาที่คำถามเดิม เรียนกวีไปทำไม

    คำตอบของผมคือ มันทำให้เรารู้จักความงามของชีวิต

    ความงามมีอยู่ในทั้งธรรมชาติ และงานที่เราสร้างขึ้น เช่น อาคารบ้านช่อง ภาพเขียน ประติมากรรม บทกวี ดนตรี

    ถ้าเรารู้จักสัมผัสความงาม ก็จะมองโลกด้วยสายตาอีกคู่หนึ่ง มันอิ่มเอิบ เต็มตื้น เข้าใจว่าการมีชีวิตในโลกไม่ได้มีแค่กินอิ่ม นอนหลับ ทำงาน เก็บเงิน

    การอ่านบทกวีเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกล่อมเกลาต่อมรับความงามของเรา

    ยกตัวอย่าง เช่น การอยู่ในบ้านงาม (ซึ่งไม่จำเป็นต้องแพง) ช่วยทำให้จิตของเราสงบขึ้น

    การฟังดนตรีดีๆ ทำให้วิญญาณนิ่งขึ้น

    ผมไม่ว่าอะไรสำหรับคนทั่วไปที่ไม่เข้าถึงบทกวี แต่คนที่ทำงานในวงการศิลปะไม่มีข้ออ้างเลย

    สถาปนิก นักออกแบบ และคนทำงานศิลปะไม่น้อยมองไม่ออกว่าความเป็นกวีเกี่ยวกับงานที่ทำอย่างไร อาจารย์แสงอรุณ รัตกสิกร อาจารย์สถาปัตย์ฯที่สอนผม แสดงให้เห็นตลอดเวลาว่ามันเกี่ยวกันอย่างยิ่ง ศิลปะแต่ละสายสอดคล้องกัน

    บทกวีมีการใช้จังหวะ สัมผัส สมดุล ซึ่งก็คือหลักเดียวกับที่ใช้ในงานออกแบบแขนงอื่น ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม ดนตรี

    ผมจึงไม่ยอมรับคำอ้างของสถาปนิกที่ออกแบบตึกไม่สวย โทษโน่นโทษนี่ ไม่สวยก็คือไม่สวย

    ผมจึงไม่ยอมรับคำอ้างของคนแต่งเพลงที่แต่งเพลงแบบจับตัวโน้ตมาเขย่าด้วยกัน เป็นมลพิษทางเสียง แล้วบอกว่าเป็นศิลปะ

    นี่ก็คือเหตุผลที่เราควรอ่านบทกวี มองโลกเป็นบทกวี และรู้จักลิ้มรสภาษาสวยเช่นที่เราชอบอาหารรสเลิศ

    มันเปลี่ยนโลกภายในของเราได้จริงๆ  

    วินทร์ เลียววาริณ
    17-9-2568

    1
    • 0 แชร์
    • 456

บทความล่าสุด