-
วินทร์ เลียววาริณ5 เดือนที่ผ่านมา
ช่วงนี้มีข่าวคนสิงคโปร์ไปเกี่ยวพันกับมิจฉาชีพที่เขมรและอื่นๆ ทางการสิงคโปร์ก็ยึดทรัพย์ทันที และล่าสุดเมื่อวานนี้ สภาสิงคโปร์ผ่านกฎหมายเฆี่ยนพวก scammers (นักต้มตุ๋น) เป็นส่วนหนึ่งของการลงโทษพวกมิจฉาชีพ
ผู้ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานหลอกลวงจะโดนไม้เรียว 6-24 ที
เอาให้เข็ด
สแกมเมอร์สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวโลกอย่างหนักหนาสาหัส เฉพาะสิงคโปร์ ชาวบ้านสูญเงินไปกับมิจฉาชีพไป 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์เมื่อปีก่อน
ความจริงกฎหมายเฆี่ยน (corporal punishment) ไม่ได้เริ่มโดยสิงคโปร์ แต่โดยพวกอังกฤษ ลีกวนยูแค่ตั้งใจไม่ทิ้งกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น เพราะเห็นว่าไม้เรียวได้ผลกว่าค่าปรับและการจำขัง
มีการกระทำผิดราว 35 รายการที่จะต้องโทษเฆี่ยน เช่น การปล้น จับคนเรียกค่าไถ่ ฆาตกรรม ค้ายาเสพติด ละเมิดทางเพศ (เช่น ไปจับต้องของสงวนหญิงสาว) การข่มขืน พกอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต การปล่อยเงินกู้โดยผิดกฎหมาย รวมถึงคนต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด 90 วัน (เพื่อขจัดปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย) เป็นต้น
เจ้าหน้าที่เฆี่ยนหรือที่เรียกว่า ‘คอมมานโด’ เป็นมืออาชีพ รูปร่างใหญ่ แข็งแรง ฝึกมาทำงานนี้โดยเฉพาะ เวลาเฆี่ยน น้ำหนักตัวของคนเฆี่ยนจะทำให้การหวดแรงขึ้น เพื่อให้เจ็บที่สุด
ไม้ที่ใช้เฆี่ยนเป็นหวาย เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.27 เซนติเมตรหรือครึ่งนิ้ว ความเร็วของไม้เรียวที่ฝ่าอากาศอาจสูงถึง 160 กม./ชม. ด้วยความแรงขนาดนี้ เมื่อหวายสัมผัสก้นเปลือย เนื้อก็ฉีก
การเฆี่ยนมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เฝ้าดูทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะตรวจร่างกายก่อนว่าร่างกายพร้อมรับการลงโทษหรือไม่
ถ้าร่างกายไม่พร้อม นักโทษจะถูกส่งตัวไปที่ศาลใหม่ เพื่อให้ศาลตัดสินว่าจะยกเลิกการเฆี่ยน หรือเปลี่ยนการเฆี่ยนเป็นเพิ่มเวลาจองจำแทน แต่เพิ่มได้ไม่เกิน 12 เดือน
ในการเฆี่ยน นักโทษต้องแก้ผ้า โค้งตัวเข้ากับขาหยั่งไม้ เจ้าหน้าที่ติดอุปกรณ์ป้องกันแผ่นหลังส่วนล่าง เพื่อไม่ให้โดนหวายในตำแหน่งที่อาจก่ออันตรายต่ออวัยวะภายใน เช่น ไต หรือกระดูกสันหลัง ในกรณีที่หวดพลาด
การหวดเว้นระยะเวลา 30 วินาที ต้องหวดให้จบในรอบเดียว ไม่มีการต่อวันหลัง
ถ้าต้องหวดจำนวนครั้งสูง (สูงสุด 24 หวดต่อคดี) อาจใช้คอมมานโด 2-3 คน เพื่อให้แรงหวดเท่ากัน ไม่แผ่วลง
ระหว่างหวด ถ้าสภาพนักโทษไปต่อไม่ไหว เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะสั่งยุติการเฆี่ยน ส่งกลับไปที่ศาลพิจารณาใหม่
ในกรณีที่มีการเฆี่ยนนักโทษหลายคนในวันเดียวกัน คนที่มีโทษจำนวนหวดมากกว่าถูกเฆี่ยนก่อน นักโทษคนอื่นที่มีคิวการเฆี่ยนในวันนั้นก็จะได้รับเกียรติให้ฟังเสียงร้องของคนที่กำลังถูกเฆี่ยน เป็นผลทางจิตวิทยา
คนที่ได้รับมากกว่าสามหวด เมื่อเสร็จสิ้น ร่างกายมักเกิดภาวะช็อก
หลังเฆี่ยนเสร็จ จะได้รับครีมฆ่าเชื้อไปทาแผล และได้รับยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะ
นักโทษต้องนอนคว่ำไปหลายวันหรือเป็นอาทิตย์
แผลจะหายราวไม่เกินหนึ่งเดือน แต่แผลใจดำรงไปตลอดชีวิต
ไม่ว่าจะถูกเฆี่ยน 3 ทีหรือ 24 ที มันจะเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิต การรอการเฆี่ยน การเฆี่ยน การรักษาแผล กินเวลานาน และสร้างผลทางจิตวิทยาอย่างสูง ทำให้เข็ดหลาบ
ออกจากคุกไป ก่อนจะเอื้อมมือไปลวนลามหญิงสาวคนใด ก็อาจต้องคิดใหม่ เพราะเจ็บแบบนี้ จำได้แน่นอน
ในหลายประเทศ คนมีเงินไม่ค่อยกลัวการทำความผิด เพราะเงินซื้อได้ทุกอย่าง และมีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าปรับ แต่หากเจอไม้เรียว ไม่มีใครเอาด้วย
ไม่รู้พวกนักสิทธิมนุษยชนจะออกมาว่าอะไรหรือเปล่า
วินทร์ เลียววาริณ
5-11-25(อ่านเรื่องการลงโทษในสิงคโปร์เพิ่มเติมได้จาก สร้างชาติจากศูนย์
https://www.winbookclub.com/store/detail/248/สร้างชาติจากศูนย์
Shopee https://shopee.co.th/product/90206829/29061345680/1- แชร์
- 61
-
0 วันที่ผ่านมา -

ผมแปลกใจกับตัวเองทีเดียว เมื่อพบว่าในรอบเดือนที่ผ่านมา ผมเขียนงานชุด Geopolitics แทบทุกวัน ซึ่งเป็นเรื่องไม่ปกติ
ผมเริ่มคอลัมน์นี้เล่นๆ ราวปี 2565 เขียนประปราย กะปริบกะปรอย หากมีเหตุการณ์น่าสนใจ น่าพูดถึง ก็เขียนที
บางครั้งก็ว่างเว้นไปพักใหญ่
แต่ปีนี้เขียนถี่มาก
ขนาดยังไม่ได้เขียนเรื่องกำเนิดอิษราเอร ตอนนี้ก็หนาพอรวมเล่มได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ไม่เคยคิดว่าจะรวมเล่มเรื่องชุดนี้ เพราะคิดว่าคงขายไม่ออก
ยังไม่ลืมประสบการณ์จากเล่มก่อนคือ สร้างชาติจากศูนย์ เรื่องเกี่ยวกับลีกวนยู เป็นเล่มที่ขายยาก ไม่ใช่เพราะคนอ่านไม่ชอบ แต่เพราะหลายคนเห็นว่าอ่านจากเพจแล้ว ไม่ต้องซื้อก็ได้
นี่คือบทเรียนของการเขียนให้อ่านฟรี
ดังนั้นหากคิดจะตีพิมพ์ Geopolitics เป็นเล่มจริง ก็ต้องรวมบทความที่ไม่ได้โพสต์ให้อ่านก่อนด้วย ไม่งั้นก็คงเจ็บตัวอีก
Geopolitics เป็นงานแนวประวัติศาสตร์ เน้นประวัติศาสตร์โลก แนวคล้าย วีรบุรุษที่เราลืม + สร้างชาติจากศูนย์ แต่สโคปกว้างกว่ามาก
ถ้าเป็นเมื่อ 20 ปีก่อน ก็คงตีพิมพ์แน่นอน แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจ
เดี๋ยวนี้ตีพิมพ์หนังสือสักเล่มหนึ่ง กลัวว่าจะเจ็บตัว
บางคนอาจบอกว่าก็ทำ pre-order ซี
ก็ทำไปแล้ว แต่ pre-order ที่ผ่านมาหลายเล่ม ก็แค่ไม่ขาดทุนเท่านั้น ยังห่างไกลจากกำไรเลี้ยงบริษัท
ก็ว่ากันไป ไหวก็ไปต่อ
เรื่องการเมืองโลก ต้องอ่านทันเหตุการณ์จึงจะสนุก ถ้าอ่านช้าไป ก็เหมือนอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่ผ่านไปแล้ว
ตรงนี้รักษาสมดุลได้ยาก ระหว่างส่วนที่ลงให้อ่านทันเหตุการณ์ กับส่วนที่จะพิมพ์เป็นเล่ม
เฮ้อ! ไปเขียนเรื่องการเมืองเซ็กซ์ขายดีกว่า ชื่อคอลัมน์ Sexpolitics
แต่คงเขียนทุกวันไม่ไหว มันเหนื่อย
วินทร์ เลียววาริณ
20-4-260 วันที่ผ่านมา -

เคยถามตัวเองไหม หลังจากใช้ชีวิตมายาวนานระยะหนึ่งว่า หากเราสามารถย้อนเวลากลับคืนสู่วันที่เราตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราจะยังคงกระทำเรื่องนั้นหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น เราจะยังเลือกคณะวิชาที่เราเรียนจนจบไหม, จะยังปักหลักอยู่ที่ทำงานเดิมจนเกษียณไหม, จะยังแต่งงานกับใครคนหนึ่งซึ่งเราอยู่กินด้วยกันนานสามสิบปีไหม, จะยังใช้ชีวิตสไตล์ที่เราเคยชินนั้นไหม ฯลฯ
ฝรั่งใช้คำว่า “Will I do it again?”
คำถามนี้มีนัยว่า เราเสียใจหรือรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดต่อสิ่งที่เราได้กระทำมาหรือไม่
มันยังมีนัยของความพอใจ ความสมหวังในชีวิต ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับการประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะเรื่องที่กระทำสำเร็จบางเรื่องก็ไม่อยากทำใหม่ เช่น อยากเป็นนักข่าว แต่จับพลัดจับผลูกลายเป็นดาราหนังชื่อดัง ได้เงินได้ทองมากมาย แต่ไม่มีโอกาสเป็นนักข่าวสมใจฝัน
“Will I do it again?” ครอบคลุมทุกเรื่องในชีวิต ตั้งแต่การเล่าเรียน โรงเรียนที่เลือก สายวิชาที่เรียน อาชีพการงานที่ทำ บริษัทที่ปักหลักทำงานอยู่ การคบเพื่อน การแต่งงาน การมีลูก ไปจนถึงการเลือกสไตล์การใช้ชีวิต
หลังจากผ่านชีวิตถึงวัยกลางคน หากเราตอบว่า “I’ll do it again.” ก็แสดงว่าเราพอใจต่อสิ่งที่เราทำมากถึงมากที่สุด หากเกิดใหม่ก็อยากแต่งงานกับคนคนนี้ไปอีกสักร้อยชาติ หากต้องเลือกทำงานอีก ก็จะทำสายทางเดิม กับเจ้านายคนเดิมนี่แหละ
หากเราตอบคำถามนี้ไม่ได้ หรือตอบว่า “I won’t do it again.” ก็บ่งว่าเราไม่พอใจต่อสิ่งที่ได้ทำมา ไปจนถึงระดับผิดหวัง
อย่างไรก็ตาม บางคนตอบว่า “I won’t do it again.” ทั้งที่เขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ! และบางคนตอบว่า “I’ll do it again.” ทั้งที่ล้มเหลวจากสิ่งที่ทำ
วินเซนต์ แวน โก๊ะห์ เป็นจิตรกรไส้แห้ง ไม่มีใครซื้อรูปที่เขาวาด แต่เขาก็ไม่ยอมเลิกวาดรูป
บางคนเล่นกีฬาเสี่ยงภัย เช่นปีนเขา ดิ่งพสุธา ฯลฯ ประสบอุบัติเหตุเอาชีวิตแทบไม่รอด เมื่อหายดีแล้วก็บอกว่า “I’ll do it again.”
ความพอใจของคนเหล่านี้อยู่ที่การได้ทำ ไม่ใช่ความสำเร็จ
นี่คือความแตกต่างระหว่างความอยากทำแบบปกติ กับความอยากทำระดับ ‘ไม่ได้ทำขอตายดีกว่า’
“I’ll do it again.” กับ “I won’t do it again.” เป็นแค่ดัชนีวัด ‘ผลประกอบการ’ ในงานหนึ่ง ๆ เท่านั้น หากอ่านมันออก เราก็อาจสร้างโอกาสปรับตัว ปรับปรุงชีวิต หรือปรับทิศทางเพื่อให้มีชีวิตที่ดีสมใจมากขึ้น
จุดที่น่าสนใจกว่าคือกรณีของคนที่ตอบว่า “ฉันจะไม่ทำอีก” ทั้งที่พวกเขาประสบความสำเร็จ มันแสดงทัศนคติของคนที่มองโลกอีกแบบหนึ่ง นั่นคือการอยากลองทางสายอื่นดูบ้าง
นาย ก. ประสบความสำเร็จในการงาน เป็นถึงประธานบริษัท รายได้มหาศาล มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับทั่วโลก แต่กระนั้นนาย ก. ก็คิดว่า ชาติหน้าหากเกิดใหม่จริง ก็อาจลองทำอย่างอื่นบ้าง ไม่อยากซ้ำรอยความสำเร็จเดิม ๆ อีกหลาย ๆ ครั้ง
คนแบบนี้เห็นว่าการเกิดมาเป็นมนุษย์เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ จึงน่าลองทำหลาย ๆ เรื่อง เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างได้หมดในชาติเดียว ดังนั้นสมมุติว่ามีชาติหน้า ก็อยากลองทำอย่างอื่นบ้าง พวกเขาเห็นว่าประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง จะเป็นไร เพราะชีวิตเป็นส่วนผสมของทั้งสองอย่าง แม้ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เราก็อาจมีความสุขได้
ทัศนคติการใช้ชีวิตแบบนี้หลุดพ้นจากกรอบของความสำเร็จ-ความล้มเหลวไปทันที
พวกเขาเห็นว่า สิ่งที่สำคัญกว่าคำตอบ I’ll do it again. หรือ I won’t do it again. ก็คือการเรียนรู้จากบทเรียน ทั้งจากความสำเร็จและความล้มเหลว ทั้งจากวันดีและวันไม่ดี
คนเหล่านี้เปลี่ยนโจทย์จากการไปถึงจุดหมายเป็นการได้ออกเดินทางไปยังจุดหมาย ไหน ๆ ก็เกิดมาในโครงสร้างชีวิตแบบคนแล้วก็ใช้ชีวิตแบบคนให้สุด ๆ ไปเลย
หากชาติหน้าเกิดเป็นหมา ลิง ปลาดุก ก็จะใช้ชีวิตให้สุด ๆ แบบหมา ลิง ปลาดุก
เพราะเกิดเป็นอะไรไม่สำคัญเท่าเกิดมาแล้วได้ใช้ชีวิตให้เต็มเปี่ยมหรือเปล่า
วินทร์ เลียววาริณ
20-4-26จาก ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวัน
36 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 175 บาท = บทความละ 4.86 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว
https://www.winbookclub.com/store/detail/110/ท้องฟ้าไม่ปิดทุกวันทำไมควรซื้อหนังสือเล่มนี้: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1207283390760350&set=a.208269707328395
1 วันที่ผ่านมา -

อาทิตย์ก่อนช่องแคบฮอร์มุซก็เหมือนกล่องใส่แมว
แมวของเชรอดิงเออร์ (Schrödinger's cat)
เออร์วิน เชรอดิงเออร์ เป็นนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงของโลก ระดับรางวัลโนเบล เขามีชื่อเสียงจาก thought experiment หนึ่ง สมมุติว่ามีกล่องที่ปิดสนิททุกด้าน ภายในกล่องใส่สารกัมมันตภาพรังสี เครื่องวัดการแผ่รังสี ขวดยาพิษไซยาไนด์ และแมวหนึ่งตัว
สมมุติว่าสารกัมมันตภาพรังสีสลายตัว เครื่องไกเกอร์ เคาน์เตอร์ จะตรวจจับได้ และกลไกจะทำงานโดยปล่อยค้อนลงมาทุบขวดบรรจุยาพิษแตก แมวจะตาย แต่ถ้าสารรังสีไม่สลายตัว แมวก็รอด
ในสายตาของเราซึ่งเป็นผู้ดูเหตุการณ์ เราไม่มีทางรู้ ‘ความจริง’ จนกว่าในชั่วขณะจิตที่เราเปิดกล่อง แต่ก่อนหน้าที่เราเปิดกล่อง แมวตัวนั้นมีสิทธิ์ที่จะอยู่หรือตายเท่าๆ กัน
ใช่ อาทิตย์ก่อน ช่องแคบฮอร์มุซเปิดและปิดพร้อม เพราะสหรัฐฯและอิหร่านผลัดกันเปิดและปิด
จนเมื่อวานนี้ อิหร่านก็เปิดช่องแคบ
ผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็ปิดอีก
แค่วันเดียวสถานการณ์เปลี่ยนไป 180 องศา
เราคนนอกที่มองดู 'กล่องใส่แมว' ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมอิหร่านทำอย่างนั้น
สื่อรัฐของอิหร่านบอกตอนเปิดว่า ยอมเปิดช่องแคบ "ตามสัญญาหยุดยิง"
และบอกตอนปิดรอบสองว่าเพราะ "สหรัฐฯไม่ทำตามสัญญา"
แต่เราไม่รู้ว่าเหตุผลจริงๆ คืออะไร เพราะการที่สหรัฐฯปิดก็เหมือนไม่ปิด เพราะเรือรบอยู่ไกลมาก
เป็นไปได้ไหมที่อิหร่านมองดูสหรัฐฯส่งทหารเข้าไปอีกหนึ่งหมื่นคน เพิ่มจากที่มีอยู่เดิมห้าหมื่นคน ในช่วงที่หยุดยิง เพื่อเตรียมสงครามรอบใหม่? และปิดช่องแคบเพื่อเตรียมพร้อม? เพราะสหรัฐฯมีนิสัยชอบบุกตอนเจรจาสันติภาพ
เราไม่รู้
เดี๋ยวก็รู้
...................
thought experiment ของเชรอดิงเออร์เกี่ยวกับโลกควอนตัม โลกของอนุภาคที่อธิบายด้วยสามัญสำนึกไม่ได้ วิถีของอนุภาคคาดเดาไมไ่ด้ ทุกอย่างเป็นไปได้
การทดลองทางความคิดนี้อาจอยากบอกว่า บางทีเบื้องนอกโน้นอาจมีหลายจักรวาล โลกหนึ่งแมวเป็น โลกหนึ่งแมวตาย
โลกหนึ่งไม่มีสงครามอิหร่าน โลกหนึ่งมีสงคราม
โลกหนึ่งอิษราเอรเป็นพวกรักสันติ อยู่อย่างสงบเสงี่ยม อีกโลกหนึ่งก่อสงครามไปทั่ว
น่าเสียดายที่ในจักรวาลของเรา เราอยู่ในโลกใบหลัง
โลกที่แมวตาย โลกที่เกิดสงครามไม่หยุดหย่อน
วินทร์ เลียววาริณ
19-4-261 วันที่ผ่านมา -

ข่าวดี (ในระดับหนึ่ง) เมื่อวานนี้คือ อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด โดยมีข้อแม้ว่า โปรโมชั่นนี้มีเฉพาะช่วงที่มีการหยุดยิงที่เลบานอน
เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นั่นคือ หนึ่ง ทำให้สะหะรัดตั้งรับ เพราะตอนนี้สะหะรัดต่างหากที่ปิดช่องแคบ
สอง หากชาวโลกอยากให้น้ำมันไหลจากตะวันออกกลางเป็นปกติ ก็ต้องกดดันให้อิษราเอรเลิกกร่าง
คำถามคืออิษราเอรจะเลิกกร่างไหม คำตอบคือไม่มีทาง
จึงคาดได้ว่าหลังจากนั้นก็ยิงกันต่อ และน้ำมันก็หยุดไหล หรือไหลๆ หยุดๆ เหมือนต่อมลูกหมากโต
ตอนนี้ชาวโลกกลัวอิษราเอรจริงๆ คุณพี่หนีถันฯฆ่าคนทุกวัน และชอบประกาศด้วยว่าวันนี้ฆ่าใครไปบ้าง
เดี๋ยวก็ขับออกจากปายและพะงันหรอก!
ก่อนจะไปต่อ มีเรื่องที่ค้างอยู่ ยังไม่ได้เล่า
มีเกร็ดหนึ่งของสงครามอิหร่านที่ไม่ได้ปรากฏในสื่อตะวันตก เกี่ยวกับการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานเมื่อหลายวันก่อน
ข้อมูลที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นคำให้การของหนึ่งในทีมเจรจาชาวอิหร่าน
ในการเจรจาครั้งนี้ เจดีย์แว้นเป็นตัวแทนของฝ่ายสะหะรัด แต่ไม่มีอำนาจเต็มเหมือนทีมอิหร่าน ทีมอเมริกันติดต่อกับวอชิงตันตลอดรายการ ส่วนทีมอิหร่านไม่ได้ติดต่อกลับเตหะราน เพราะได้รับอำนาจเต็ม
เจดีย์แว้นเป็นแค่เด็กส่งข่าว ต้องโทร.รายงานเจ้าคุณตั้มสิบกว่าครั้ง
ในที่สุดเมื่อการเจรจาทำท่าจะก้าวหน้า ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์มาถึง หลังจากแว้นรับสายแล้ว การเจรจาก็ล่ม
เพราะคนที่โทร.มาหาคือเจ้าคุณหนีถันฯ
ในการเจรจาครั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯเดินทางเข้าออกประเทศตามปกติ ไม่ต้องกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
ต่างจากทีมนักเจรจาจากอิหร่าน ต้องระวังตัวสุดขีด โดยเฉพาะขากลับ
มีสมาชิกบางคนในทีมเจรจาอิหร่านเป็นเป้าหมายการฆ่าของมอส splash นอกจากนี้บางสื่อในสะหะรัดยังยุให้จัดการสังหารทีมนักเจรจาอิหร่านเสีย
นักเจรจาขึ้นเครื่องบินออกจากกรุงอิสลามาบัดโดยแยกเครื่องบินเป็นสองลำ ทุกคนรู้ว่าตอนบินกลับอาจจะปรากฏขีปนาวุธลึกลับมาเสย ของกำนัลจากคุณพี่หนีถันฯ พวกเขาจึงต้องทำใจว่าอาจกลับไม่ถึงบ้าน
เครื่องบินพานักเจรจาชาวอิหร่านขึ้นฟ้า โดยมีเครื่องบินรบของปากีสถานคุ้มกัน แต่มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัย
เครื่องบินมุ่งหน้าไปที่กรุงเตหะรานก็จริง แต่ร่อนลงจอดฉุกเฉินที่เมือง Mashhad ใกล้ชายแดนอัฟกานิสถานและเติร์กเมนิสถาน ทีมนักเจรจาเดินทางทางรถไฟต่อไปถึงกรุงเตหะราน ระยะทาง 700 กว่ากิโลเมตร
ดูเหมือนชาวอิหร่านทุกคนใช้ชีวิตเสมือนวันนี้เป็นวันสุดท้าย เพราะอาจได้รับของกำนัลจากอิษราเอรได้ทุกเมื่อ ทุกที่
เช่นเดียวกับกาซา เลบานอน ฯลฯ นี่ก็คือราคาของการอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอิษราเอร
เมื่อวานนี้ ตัวแทนจากปากีสถานเดินทางไปถึงเตหะรานแล้ว เพื่อเตรียมจัดการเจรจารอบสอง แต่ฝ่ายอิหร่านบอกว่า คงไม่ไปจัดที่กรุงอิสลามาบัดอีก เพราะมีความเสี่ยงสูง
เครียดว่ะ!
คราวนี้คงไปจัดที่จีนหรือรัสเซีย อุ่นใจกว่า
เพราะขืนเจ้าคุณหนีถันฯไปยุ่มย่ามที่นั่น "คราวนี้มึงโดนแน่"
เคี้ยกเคี้ยก
วินทร์ เลียววาริณ
18-4-262 วันที่ผ่านมา
