• วินทร์ เลียววาริณ
    2 เดือนที่ผ่านมา

    (หมายเหตุ Togo เรื่องนี้ออกมาหลายปีแล้ว แต่ Netflix เพิ่งนำมาฉาย หนังดี ขอแนะนำ)

    ในปี 1925 เกิดโรคระบาด Diphtheria ในเมืองโนม รัฐอลาสกา สหรัฐอเมริกา โรคนี้ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งป่วยหนัก ข่าวดีคือมียาเซรุ่มรักษาโรคนี้ได้ ปัญหาใหญ่คือเซรุ่มอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองนีนานา ระยะทางไปกลับกว่า 600 ไมล์ (มากกว่าหนึ่งพันกิโลเมตร) อากาศเลวร้ายเกินกว่าที่เครื่องบินจะขนส่งยามาให้ได้ ทว่าหากไม่ได้รับยาเซรุ่มทันเวลา เด็กๆ จะตาย

    ทางเดียวที่เหลืออยู่คือใช้เลื่อนสุนัขฝ่าทุ่งน้ำแข็งไปเอายาเซรุ่ม

    และบุรุษผู้มีประสบการณ์ขับเลื่อนสุนัขที่เก่งที่สุดในเมืองนี้ก็คือ เซพพาลา

    มันเป็นปีที่อากาศเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี พายุหิมะจะปิดทางธรรมชาติ เซพพาลารู้ว่าระยะทาง 600 กว่าไมล์ในสภาพอากาศวิปริตอันตรายเช่นนี้ ปฏิบัติการนี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย แต่หากไม่ทำ เด็กทั้งหลายก็จะตายแน่นอน

    เซพพาลาตัดสินใจไป

    มันต้องอาศัยความกล้าบ้าบิ่น การวางแผนที่ชาญฉลาด ประสบการณ์ที่เข้มข้น โชคอีกส่วนหนึ่ง และสุนัขลากเลื่อนชั้นยอด

    โชคดีที่เซพพาลามีสุนัขลากเลื่อนชั้นยอดตัวหนึ่ง

    โตโก อายุ 12 ปี

    สุนัขลากเลื่อนอายุ 12 ปีถือว่าแก่มากในโลกของสุนัข อย่าว่าแต่สุนัขแก่ ต่อให้เป็นสุนัขหนุ่ม การฟันฝ่าทุ่งน้ำแข็งและภูเขาหิมะก็เป็นภาระหนักเกิน

    แต่โตโกไม่ใช่สุนัขธรรมดา มันเป็นนักสู้

    นี่คือภาพยนตร์เรื่อง Togo หนังเกี่ยวกับการเดินทางที่ 'เป็นไปไม่ได้' ในสถานการณ์ที่ 'เป็นไปไม่ได้' ในความหวังที่ 'เป็นไปไม่ได้'

    มาถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงคิดว่านี่เป็นพล็อตเรื่องแต่งที่ไม่เลว แต่ความจริงคือ มันไม่ใช่เรื่องแต่ง นี่คือเหตุการณ์จริง

    ......................

    หนังดีๆ เกี่ยวกับสุนัขลากเลื่อนมีหลายเรื่อง เช่น Eight Below, The Call of the Wild ฯลฯ แต่ Togo แตกต่างออกไป เรื่องนี้ทรงพลังกว่า ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เป็นส่วนผสมของการผจญภัยอันเข้มข้น กับส่วนความอ่อนโยนของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมา คนกับคน

    จุดเด่นที่สุดคือ 'emotion' หนังแสดงให้เรารู้จักโตโกดีเหมือนมันเป็นเพื่อนสนิทของเรา เรารู้นิสัยสู้ไม่ถอยของมัน

    นามโตโกตั้งตามชื่อตามนายพลเรือญี่ปุ่น Tōgō Heihachirō (東郷 平八郎) แม่ทัพเรือผู้เอาชนะรัสเซียในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นปี 1904-1905 โตโกนำกองเรือที่เล็กกว่าสู้กับทัพเรือรัสเซียซึ่งเป็นจ้าวทะเลและเหนือกว่าญี่ปุ่นทุกด้าน แต่โตโกจมเรือรบรัสเซีย 22 ลำจาก 36 ลำที่เข้ารบ ยึดเรืออีกหลายลำ รอดกลับไปได้เพียงสามลำ

    โตโกที่เป็นสุนัขก็มีนิสัยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใหญ่ที่ขวางหน้าเช่นกัน

    (นิสัยไม่ยอมแพ้นี้ทำให้นึกถึงหนังอีกเรื่องหนึ่งคือ Seabiscuit ม้าแข่งที่บาดเจ็บจนต้องออกจากวงการ แต่ลุกขึ้นมาสู้ใหม่)

    ฉากการต่อสู้ฟันฝ่าธรรมชาติในเรื่องนี้อลังการมาก เช่นเดียวกับโตโก เซพพาลาผู้ขี่เลื่อนก็มีนิสัยไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขาก็คือ 'The Old Man and the Sea' ผู้ถือคติ "ตายได้ แต่ไม่มีวันยอมพ่าย"

    รู้ว่าอุปสรรคใหญ่หลวงรออยู่เบื้องหน้า ก็ไม่เลิกเดินหน้า เห็นความเป็นไปไม่ได้อยู่ต่อหน้า ก็ยังพยายามแก้ปัญหา

    ฉากการขับเลื่อนข้ามทุ่งน้ำแข็งที่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็นภาพงดงามที่ประหลาดและน่าอัศจรรย์ ฉากการแก้ปัญหาวิกฤติทำได้น่าตื่นตะลึง ฉากมนุษย์ฝากชีวิตไว้กับหมาบอกระดับความสัมพันธ์ของใจเชื่อมใจโดยไม่ต้องบรรยาย

    นี่เป็นหนังที่แสดงขนาดของหัวใจ ความกล้าหาญ ความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ บีบหัวใจและต่อมน้ำตา

    ดังนั้นแม้โดยเนื้อเรื่องไม่ถือว่าใหม่ แต่ในมุมของการทำหนัง พิจารณาทุกจุดแล้ว โดยเฉพาะความสามารถของผู้กำกับที่กุมผู้ชมอยู่ในกำมือแน่น เรื่องนี้ก็ไม่สามารถให้คะแนนต่ำกว่า  10/10

    Netflix

    วินทร์ เลียววาริณ 
    7-1-26

    เกร็ดเพิ่มเติม : (สปอยเลอร์)

    - โตโกให้กำเนิดลูกหลานที่เรียกว่าสายพันธุ์ Seppala Siberian ตั้งตามชื่อเซพพาลา เป็นสายพันธุ์ซึ่งเป็นที่ต้องการสูง เพราะเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ รักเจ้านาย และฉลาด

    - โตโกตายด้วยการุณยฆาต หลังจากป่วยเรื้อรังและตาบอดบางส่วน อายุ 16 แต่เรื่องของมันกลายเป็นอมตะ

    วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์ winbookclub.com และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)

    (มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)

    1
    • 1 แชร์
    • 82

บทความล่าสุด