• วินทร์ เลียววาริณ
    3 วันที่ผ่านมา

    มีคนถามผมเสมอว่า จะเป็นนักเขียนต้องทำอย่างไร

    คำตอบของผมก็เหมือนกับคำแนะนำที่นักเขียนรุ่นก่อนสอนต่อกันมา นั่นคือลงมือเขียน ไม่ต้องอ่านตำราอะไร

    เราไม่มีทางว่ายน้ำเป็นโดยท่องจำตำรา ไม่มีทางขับรถได้จากการท่องสูตร เราต้องลงมือทำเลย เรียนผิดเรียนถูกด้วยตัวเอง

    เพราะไม่ว่าเรียนผิดหรือเรียนถูก ก็เป็นบทเรียน

    เบน โบวา (Ben Bova) นักเขียนนิยายไซไฟระดับคุณภาพคนหนึ่งของโลก สอนนักอยากเขียนไว้ดังนี้

    “คำถามว่า ฉันเป็นนักเขียนหรือเปล่า ไม่ตรงประเด็น
    คำถามจริง ๆ คือ คุณต้องการเขียนหรือเปล่า?
    นักเขียนเขียน คุณตื่นเช้าทุกวันและจิ้มคีย์บอร์ด
    คุณหาคำและแต่งเรื่อง
    คุณอาจต้องทำงานอื่นด้วย เช่น ไปจ่ายตลาด แต่เหนือสิ่งอื่นใด คุณเขียน
    เขียนทุกวัน ไม่ว่าจะเกิดเรื่องน่าผิดหวัง ไม่ว่ามีอุปสรรคอะไร คุณเขียนทุก ๆ วัน
    ขณะที่คุณเขียน คุณก็เรียนรู้
    คุณสร้างตัวละครต่าง ๆ และสร้างปัญหาให้พวกเขา และให้ตัวละครแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
    คุณส่งเรื่องของคุณออกสู่ตลาด และส่งไปอีก จนกระทั่งใครสักคนตีพิมพ์มัน
    แต่ความจริงที่สุดคือไม่มีใครสามารถรู้หรอกว่าคุณเป็นนักเขียน คุณเองก็ไม่รู้ จนกระทั่งคุณเขียนดีพอที่จะตีพิมพ์
    แต่บอกตรง ๆ ว่า คนส่วนมากล้มเลิกเสียก่อน
    การเขียนเป็นงานหนัก เป็นงานที่โดดเดี่ยว และคนเขียนจะรู้สึกเบื่อหน่าย
    แต่นักเขียนผู้ประสบความสำเร็จทุกคนก็เริ่มตรงจุดที่คุณอยู่ตอนนี้ และประสบความสำเร็จโดยการเขียน เขียน และเขียน จนกระทั่งงานได้รับการตีพิมพ์สม่ำเสมอ
    ทำงาน!
    เขียน เรียนรู้ เขียนทุกวัน
    อ่าน และเรียนรู้จากนักเขียนที่ตีพิมพ์งานแล้วคนอื่น ๆ
    ทำงานทุกวัน
    มันไม่มีทางอื่นหรอกที่จะเป็นนักเขียน”  ...............................
    มีคนถาม แฟรงก์ ซินาตรา ว่า ทำอย่างไรจึงไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพนักร้อง ประสบความสำเร็จยาวนานขนาดนี้ เขาตอบว่าก็ต้องทำงานหนัก

    “กินเป็นเพลง นอนเป็นเพลง ดื่มเป็นเพลง ฝันเป็นเพลง”

    เมื่อหายใจเข้าออกเป็นเพลง วิญญาณก็หลอมรวมกับเพลง กลายเป็นเซียน

    วงดนตรี Bee Gees ออกอัลบั้มต่อเนื่องเพราะทำงานหนัก คนในวงการรู้ว่าพวกเขาใช้ชีวิตอยู่แต่ในสตูดิโอ แต่งเพลงทั้งวันทั้งคืน

    ฝึกปรือ ฝึกปรือ ฝึกปรือ

    ผมมักถามคนที่อยากเป็นนักเขียนว่า อยากเป็นนักเขียนในระดับไหน

    ถ้าอยากเป็นนักเขียนคุณภาพ เราต้องมีความปรารถนาจะเขียนหนังสือแรงกล้าในระดับที่ว่า “ถ้าชาตินี้ไม่ได้ทำงานนี้ ยอมตายดีกว่า”

    นี่ไม่ได้หมายความว่าต้องไปตายจริง ๆ เพียงเปรียบเทียบระดับของความอยากว่าต้องสูงมาก และยอมจ่ายราคาด้วยความลำบาก บากบั่น ทำงานหนักกว่าคนอื่น จึงจะสำเร็จ

    ยิ่งตั้งเป้าจะประสบความสำเร็จในระดับสูงเท่าไร ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเท่านั้น

    กินเป็นหนังสือ นอนเป็นหนังสือ ดื่มเป็นหนังสือ ฝันเป็นหนังสือ

    ทำงานจริงจัง ทำทุกวัน ทำจนได้ดี

    ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ฟรี ๆ

    ทุก ๆ อาชีพในโลกก็เช่นกัน จะประสบความสำเร็จระดับสูง ต้องลงมือ

    แต่ความจริงก็คือ คนส่วนมากยอมแพ้ตั้งแต่ก้าวต้น ๆ

    บางครั้งนักเขียนใหม่เขียนเรื่องแรกแล้วดีมาก เมื่อเขียนเรื่องที่สองไม่สำเร็จ ก็ท้อถอย

    จากประสบการณ์ตรง คนที่เขียนเรื่องแรกในระดับดีเลิศนั้นน่าเป็นห่วงกว่าคนที่เขียนเรื่องแรก ๆ แล้วล้มเหลว เพราะมันอาจทำให้เกิดอัตตาว่า เราเก่งจังเลยที่เขียนเรื่องแรกแล้วดีเลย

    เพราะความจริงคือ ไม่มีใครเขียนเก่งตั้งแต่แรก

    คนที่เขียนเก่งตั้งแต่แรกก็มี แต่ต้องมีไอคิว 500 ซึ่งไม่มีในโลก

    ไม่มีทารกคนไหนเริ่มเดินโดยไม่ล้ม

    ดังนั้นหากล้มเหลวในช่วงแรก ถือว่าเป็นคนปกติ มีอนาคต!

    วินทร์ เลียววาริณ
    17-6-26

    จาก มากกว่าสามสิบสอง
    49 บทความกำลังใจ ราคาเพียง 250 บาท = บทความละ 5.10 บาท (ไม่คิดค่าส่ง)
    หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    https://www.winbookclub.com/store/detail/195/มากกว่าสามสิบสอง 
    https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q 
    โปรโมชั่นคอมโบ https://www.winbookclub.com/store/detail/196/แพคเกจพิเศษ%203%20in%201 
    Shopee https://s.shopee.co.th/9UlyhN6c1q 
    โปรโมชั่นคอมโบ https://s.shopee.co.th/8zpi6W2V3T 

    1
    • 0 แชร์
    • 22

บทความล่าสุด