• วินทร์ เลียววาริณ
    2 วันที่ผ่านมา

    ราวปี 2544 คุณเรืองเดช จันทรคีรี บรรณาธิการนิตยสารรหัสคดี ส่งหนังสือรหัสคดีของ อี. ดับเบิ้ลยู. ฮอร์นัง มาให้ผมพร้อมโน้ต : "วินทร์ครับ อยากเห็นคุณเขียนสักเล่มที่มีตัวละครชุดแบบนี้ รัก + นับถือฝีมือ เรืองเดช"

    ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อนสนิท - สุจิตร โสรจศรีโสม อยากได้บทภาพยนตร์เกี่ยวกับนักสืบ เพื่อไปเสนอทำซีรีส์โทรทัศน์ สั่งมาว่าขอแค่ 26 ตอน

    เอ้า! เมื่อมีแรงกระทุ้งอย่างนี้ ทำก็ทำ (วะ)

    ผมอ่านนิยายนักสืบมามากพอสมควร ชอบนักสืบปรมาจารย์ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ มาก ก็คิดว่าจะเดินไปตามตามสายนี้ แต่ทำอย่างไรให้แตกต่าง ทั้งตัวละครและโทนเรื่อง

    ตัวละครนักสืบไทยนั้นมีอยู่บ้าง ตั้งแต่พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ชุด ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์ มาจนถึงยุคพนมเทียน คือชุด รุจน์ ระงับพาล

    พ.ต.ต.ประชา พูนวิวัฒน์ ก็เขียน แต่ผมจำชื่อตัวเอกไม่ได้้แล้ว

    ผมไม่อยากให้นักสืบคนนี้มีบุคลิกจริงจังเหมือนนักสืบเก่งๆ ทั่วไป ผมอยากได้นักสืบไทยๆ ที่สืบแบบไทยๆ คือขี้เล่น และผิดพลาดได้ อาศัยดวงช่วยบ้าง ขณะเดียวกันเป็นนักสืบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

    ก็เป็นที่มาของตัวละคร พุ่มรัก พานสิงห์ ฉายาเสี่ยวนักสืบ เพราะเป็นชาวอีสาน เกิดในยุคทองของเพลงลูกทุ่ง และเป็นนักร้องด้วย ทำงานร้องเพลงในคาเฟ่ที่มีดาวตลก เพื่อให้ได้เล่นมุขตลกทั้งเรื่อง

    ฉากของเรื่องตั้งใจว่าเป็นช่วงรอยต่อของยุคทองเพลงลูกทุ่งกับสมัยใหม่ สไตล์การสืบของ พุ่มรัก พานสิงห์ เดินตามรอยของ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ คือใช้ความสังเกตและ deductive reasoning ไม่มีการตรวจดีเอนเอ หรือแนว CSI แทบไม่มีการใช้สมาร์โฟน และยังห่างไกลจากยุค AI ตัวเอกยังเดินสายร้องเพลงตามจังหวัดต่างๆ

    ด้วยเหตุนี้ก็สอดแทรกเพลงลูกทุ่งยุคเก่าเข้าไปเสมอ โดยเฉพาะเรื่อง ฆาตกรรมจักรราศี

    นักสืบคนนี้สืบแบบทีเล่นทีจริง จนผู้อ่านบางคนที่อาจยังติดอยู่กับบุคลิกนักสืบเก่งๆ ทั้งหลายเปรยกับผมว่า เรื่องไม่ซับซ้อนพอ ซึ่งเป็นเจตนาของคนเขียนอย่างนั้น

    แต่ในเมื่อมีคนเปรย ผมก็เริ่มเขียนบางเรื่องแบบ ' ซับซ้อนมั่กมั่ก' ให้อ่าน โดยเฉพาะเรื่องหลังๆ

    ตามสไตล์นิยายนักสืบแนวนี้ ก็ต้องมี sidekicks เร่ิมที่ผู้ช่วยนักสืบ ออกแบบอย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องคิด มันออกมาเอง

    จันทร์แรม ชื่อนี้มาแบบชื่อเดียวอยู่ เพราะเป็นชื่อที่ปรากฏในเพลงลูกทุ่งหลายเพลง
    ทั้งเรื่องจะไม่รู้ว่าจันทร์แรมหน้าตาเป็นอย่างไร ติดต่อทางโทรศัพท์เป็นหลัก

    นอกจากนี้ก็มีทีมตำรวจ เรื่องแรกของชุด ฆาตกรรมกลางทะเล เปิดตัวตำรวจสี่คน

    สารวัตรสามิต เป็นเพื่อนกับพุ่มรัก เกิดบ้านเดียวกัน ฉายา สามิต-14 ซึ่งเป็นชื่อบุหรี่ในยุคก่อน

    ร.ต.ต. สมศักดิ์ นิมมาวงษ์ ร.ต.ต. ธนู จำเริญจิตต์ และจ่าแซง

    เรื่องแรกในเล่มนี้ นามนั้นสำคัญไฉน ใช้ฉากสนามบินดอนเมือง เพราะตอนนั้นสนามบินนานาชาติยังไม่ย้ายไปที่สุวรรณภูมิ

    คุณลักษณ์อื่นๆ ของ พุ่มรัก พานสิงห์ คือพูดเหมือนร้องเพลง การลงท้ายประโยคด้วย "กัลล์" เป็นการเลียนเสียงเพลงนักร้องสมัยนั้นที่บางทีกระดกลิ้น กวนใจเล่น  คำ "แซบอีหลี-ดีลิเฌียส" ที่ใช้ เป็นคำของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์
    ...........................

    ผมส่งต้นฉบับเรื่องนี้ไปให้พี่เสถียร จันทิมาธร มติชนสุดสัปดาห์ ปะหน้าด้วยจดหมายนำเสนอที่แหวกแนว ประมาณนี้

    "ผมพบ พุ่มรัก พานสิงห์ ในมุมมืดหนึ่งของคาเฟ่ย่านดาวน์ทาวน์กรุงเทพฯ เขาดูเหมือนหลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง สวมเสื้อผ้าฉูดฉาด โกรกสีเส้นผมแปล็บแปร๋น คาดแว่นตาดำกรอบหัวใจ พวงมาลัยเต็มคอ หน้าตาก็พอหล่ออยู่ในมาตรฐานไทยปนลาว

    เขาบอกว่าเขาทำงานนักสืบเป็นเพียงงาน ‘ไซด์ไลน์’ ทำมานานปี  ส่วนงานประจำของเขา? เขาไม่ตอบหากเอ่ย “ขอโทษ” และขอตัวไปขึ้นเวที

    เขาสืบเก่งหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือน้ำเสียงเขาดีทีเดียว

    ใช่! พุ่มรัก พานสิงห์ เป็นนักร้อง ชอบกินลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ แจ่ว แซบอีหลี-ดีลิเฌียส เว้าอีสานปนไทยกลาง ดังนี้จึงไม่แปลกที่หลายคนเรียกเขาว่า ‘เสี่ยวนักสืบ’

    เขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับฉายานั้น ตอบเพียงว่า “ข้อยบ่แมนบักเสี่ยวนักสืบอีเล่น ๆ เด้อ”

    ความจริงแม้เขาจะทำงานนักสืบเป็นเพียงงานอดิเรก แต่เขาก็จริงจังกับงานอย่างยิ่ง หางเครื่องที่ไม่ประสงค์จะออกนามนางหนึ่งบอกว่า ความที่ใกล้ชิดผู้หญิงมากหน้าหลายตา ทำให้เขาเป็นคนช่างสังเกตและกลายเป็นนักสืบในที่สุด แต่คนชงเหล้าไม่เห็นด้วยและมองมุมกลับว่า การที่เขาช่างสังเกตทำให้รู้ใจสตรี จึงมีโอกาสใกล้ชิดผู้หญิงมากหน้าหลายตา และเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า ชีวิตของเขาขาดนารีมิได้

    เสร็จจากการร้องเพลง พุ่มรัก พานสิงห์ ฝากเรื่องของเขาผ่านผมมาให้อ่านกัน เขาว่าไม่ชอบเรื่องสืบสวนของเขาไม่ว่า ขออย่าเกลียดเพลงที่เขาร้องและผู้หญิงทุกคนที่เขารัก

    เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไม่ใช่เรื่องสืบสวน หากคือความรื่นรมย์และ... ความรัก   ...........................

    ไม่รู้จดหมายปะหน้ากวน T หรือเพราะเรื่องที่ส่งไปดีจริง พี่เสถียรก็ลงเรื่องชุดนี้อย่างรวดเร็ว ขึ้นปกมติชนสุดสัปดาห์ด้วย
    หนังตัวอย่าง

    ...........................

    นักสืบลูกทุ่งกดปุ่มโทรศัพท์ กระซิบ “จันทร์แรมจ๋า...”

    เสียงตามสายสดใส “คะ? พี่”

    “คิดถึงผมมั้ยจ๊ะ?”

    ...........................

    หล่อนมองชุดเดินทางสีฉูดฉาดของเขา “เดินทางมากก็รู้มากซีคะ”

    “ผมไม่ค่อยเจอผู้หญิงที่เดินทางมาก คุณไปต่างประเทศบ่อยซีนะ”

    แอร์โฮสเตสสาวว่า “ตอนสาว ๆ ดิฉันเคยทำงานสายต่างประเทศ พอแก่แล้วเลยถูกลดระดับมาบินในประเทศ”

    พุ่มรักว่า “คุณน่ะหรือแก่ โอ๊ย! ไม่จริงเลย คุณยังสาวมาก สวยด้วย”

    หล่อนยิ้มชอบใจเมื่อไม่พบความเสแสร้งในน้ำเสียงของเขา

    “ตอนนั้นบินแถวไหนจ๊ะ?”

    “อเมริกา ยุโรป”

    “ไปถึงเมืองฟีนิกซ์มั้ย?”

    “ไม่ค่ะ ไม่ใช่เมืองที่คนไทยชอบไปเท่าไหร่ ไม่เหมือนแอล.เอ.”

    พุ่มรัก พานสิงห์ พยักหน้า “โชคดีมากที่คุณบินสายในประเทศ ผมเลยได้เจอคุณ คุณเลิกงานกี่โมงครับ?”

    หล่อนหัวเราะ “ทุ่มนึงค่ะ”

    นัยน์ตานักสืบเป็นประกาย

    “กินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย ผมรู้จักร้านอีสานนอกเมือง อยู่ริมน้ำ อาหารอร่อยมาก...”

    “อยากไปค่ะ ว่าแต่ว่าพาสามีกับลูกไปด้วยได้มั้ยคะ?”

    เขาพึมพำกับตัวเอง “ฮ่วย! ข้อยว่าแล้วตั้ว...”

    ...........................

    “ขอบคุณมาก น้องผิวสวยจัง ใช้ขมิ้นใช่มั้ยจ๊ะ?”

    หล่อนหัวเราะ “พี่รู้ได้ยังไงคะ?”

    “พี่เคยศึกษาเรื่องเครื่องสำอางของผู้หญิงมาพักนึง อย่างผิวน้องนี่ ไม่ต้องใช้เครื่องสำอางอื่น ๆ ที่เขาโฆษณาเลยนะ อย่าไปเชื่อ อย่างนี้แหละดีแล้ว...”

    “จริงหรือคะ?”

    “จริงจ้ะ น้องเลิกงานกี่โมงจ๊ะ?”

    “สี่ทุ่มค่ะ”

    นัยน์ตานักสืบเป็นประกาย “กินข้าวรอบดึกด้วยกันมั้ย พี่รู้จักร้านอีสานนอกเมือง อยู่ริมน้ำ อาหารอร่อยมาก...”

    “ชื่อร้านสวนน้อยริมบึงใช่มั้ยคะ?”

    “ใช่แล้ว น้องเคยไปที่นั่นหรือ?”

    “สามีเป็นเจ้าของร้านค่ะ”

    ...........................

    “ผู้หญิงถ้าสนใจผู้ชายซักคนนึง มักแสดงท่าทีออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นจิตใต้สำนึกน่ะ ยกตัวอย่างเช่นจะใช้มือสางเส้นผมและสบตาคุณอยู่เรื่อย เผยอริมฝีปาก บางทีก็กัดริมฝีปากบน ใช้ลิ้นเลียหรือแตะฟันหน้า บางคนก็เลิกคิ้วทั้งสองสูงสักสองสามวินาทีปนรอยยิ้มหรือสบตาคุณ บางคนก็เหลือบมองคุณด้านข้าง มองคุณบ่อย ๆ ลดตาต่ำแล้วเบือนสายตาออก ขยับศีรษะ...”

    “แล้วถ้าผู้หญิงหรี่ตานิด ๆ ...”

    “อ๊ะ! นั่นแหละ เค้าสนใจคุณแล้ว หรี่ตานี่มักตามด้วยรอยยิ้ม ตาเป็นประกาย ยิ่งสบตากัลล์มากยิ่งดี ยิ่งชัวร์ ทั้งหลายนี้หมายถึงว่าเธอสนใจคุณ...”

    “แล้วถ้าผู้หญิงไม่ชอบเรา?”

    “อันนี้ยากหน่อย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักหลงตนเอง คิดว่าผู้หญิงชอบอยู่เรื่อย ดูง่าย ๆ คือถ้าผู้หญิงไม่พูดจาด้วย ไม่สบตา หรือเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็ว บางคนมองออกไกล ๆ ท่าร่างไม่เปลี่ยนเลย แข็งคงที่ ศีรษะตั้งตรง ใบหน้าเฉย ๆ ริมฝีปากปิดเม้ม อย่างนี้ถอยดีกว่า”

    “อย่างคุณพุ่มรักก็ถอยด้วยหรือ?”

    “ชาวประมงย่อมรู้ดีว่าเมื่อไหร่ควรเอาเรือออกทะเล เมื่อไหร่ควรนอนอยู่บ้าน ออกเรือไปสุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังโดนพายุฟาดจมแน่ ผู้หญิงลึกซึ้งกว่าทะเลเสียอีก”

    “อื้อฮือ... ผมต้องจำเอาไว้”

    “ผู้หญิงก็เหมือนเพลงนั่นแหละ บางคนก็อ่านโน้ตยากหน่อย บางคนก็อ่านง่าย เปิดเผย แต่ไม่ว่าอ่านยากอ่านง่าย ต่างก็ประกอบด้วยตัวโน้ตพื้นฐาน อ่านเพลงบ่อย ๆ มันก็อ่านได้เร็วไปเอง อันนี้ต้องฝึก”

    “คุณนี่ไทเกอร์ดี ๆ นี่เอง ผมชักกลัวคุณแล้ว”

    “นักกอล์ฟหรือ?”

    “ไทเกอร์ที่เป็นเสือ”

    “ผมไม่ใช่เสือ นามสกุลก็บอกแล้วว่าเป็นสิงห์”

    “ปัญหาคือไม่ทุกคนที่ ‘อ่านเพลง’ เป็นนะ”

    “นี่ไงถึงต้องมีเทคนิค บางทีเราไม่ต้องดูผู้หญิงคนนั้นเลยก็ได้ ดูที่รองเท้าที่เธอสวมก็อ่านอะไรได้ตั้งเยอะแยะ เช่นพื้นรองเท้าด้านขวาสึกมากกว่าก็บอกได้ว่าเท้าขวาเธอหนัก ถ้าสวมรองเท้าส้นสูง ด้านขวาจะหักง่ายกว่า คุณก็ควรเดินด้านขวาของเธอ เพราะเวลาเธอล้ม เธอจะเซไปหาคุณ คุณก็จะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษรับไว้ทัน ถ้ากระเป๋าของเธอใส่ของไม่เป็นระเบียบ แสดงว่าเธอเป็นพวกที่ไม่แคร์เรื่องวิธีการ สนใจแต่เป้าหมาย ถ้าเธอพกหวีมากกว่าหนึ่งอัน แสดงว่าเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ...”

    “จริงไหมครับที่เขาว่า ผู้หญิงสาวรุ่นก็เหมือนลูกฟุตบอลที่มีผู้ชายยี่สิบคนไล่ล่าเธอเพื่อเป็นเจ้าของตลอดเวลา สาวใหญ่ก็เหมือนลูกฮอกกี้ที่มีผู้ชายแปดคนตามล่าเป็นเจ้าของ สตรีวัยกลางคนเหมือนลูกปิงปองที่ผู้ชายสองคนผลักไสเธอไปให้อีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนสาวแก่นั้นเหมือนลูกกอล์ฟที่มีผู้ชายหนึ่งคนตีเธอออกไปจากตัวให้ไกลที่สุด”

    “คนที่เปรียบเทียบแบบนี้ไม่เข้าใจผู้หญิงเลย ความจริงก็คือผู้หญิงแก่นั้นไม่มีครับ รองเท้าเก่าย่อมสวมสบายกว่ารองเท้าใหม่ เวลาออกรบขุนพลที่ชาญศึกย่อมใช้ม้าศึกที่ผ่านสนามรบมาแล้ว หญิงสูงวัยกว่าย่อมมีเสน่ห์มากกว่าโดยไม่ต้องสงสัย เสน่ห์ของผู้หญิงไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามหรือผิวพรรณที่เต่งตึง มันอยู่ที่จริตอันพองาม ไม่งั้นทำไมโบราณจึงว่า กะท้อนยิ่งทุบยิ่งหวาน”

    “งั้นคุณก็ไม่เชื่อปรัชญา แก่ง่าย-ตายช้า-น่าเบื่อ อะไรนั่น”

    “ไม่เลยครับ คนที่มองความงามของผู้หญิงที่เปลือกนอกนั้นน่าสงสารที่สุด”

    ...........................

    เนื่องจากจันทร์แรมเป็นตัวละครที่ผู้เขียนไม่บรรยายรูปร่างหน้าตา มีแต่เสียง ในเรื่องสั้นเรื่องสุดท้ายในเล่ม 1 คือ ปริศนาจดหมายรัก จึงขยายความตัวละครจันทร์แรม

    ที่แปลกก็คือเรื่องสั้น คนหนีเงา หลังจากตีพิมพ์ไปราวห้าปี มีหนังฝรั่งแนวดรามาเรื่อง The Missing Person (2008) ใช้พล็อตตรงกับ คนหนีเงา ทุกประการ

    โชคดีที่เขียนก่อน ไม่เช่นนั้นผู้เขียนคงถูกกล่าวหาว่าลอก ถ้าอยู่เมืองนอก ก็คงฟ้องร้องเอาเงินมาซื้อเครื่องซักผ้าได้นานแล้ว

    วินทร์ เลียววาริณ
    17-6-26  
    ...........................

    สั่งซื้อ ฆาตกรรมกลางทะเล https://www.winbookclub.com/store/detail/69/ฆาตกรรมกลางทะเล 

    เรื่องอื่นๆ ในชุดนี้ คลิก https://www.winbookclub.com/store   แล้วไปที่หัวข้อ นิยายสืบสวนสอบสวน

    1
    • 0 แชร์
    • 30
    Regnarts
    มีพุ่มรักครบทุกเล่ม 😍
    ดูความเห็น 2 รายการ ...

บทความล่าสุด