• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    สมมุติว่า 2 (ต่อจาก https://www.facebook.com/photo/?fbid=1684830136339004&set=a.208269707328395 )

    วินทร์ #1001 : “ครั้งหนึ่งพระเจ้าอโศกฯทรงไปรบที่แคว้นกาลิงคะ คนตายไปมาก จึงเกิดความสลดพระทัย ในช่วงเวลานั้นทรงมีโอกาสพบภิกษุในพุทธศาสนารูปหนึ่ง พอได้สดับธรรมแล้วก็เลื่อมใสในพุทธศาสนา จนเปลี่ยนพระนิสัยไดเหมือนองคุลีมาลกลับใจ เลิกทำสงคราม ทำนุบำรุงพุทธศาสนา ทรงสร้างวัดวาอารามไปทั่วแผ่นดิน ส่งสมณทูตไปเผยแผ่ศาสนาทุกทิศ มีอยู่คณะหนึ่งมาเผยแผ่ศาสนาพุทธที่แผ่นดินสุวรรณภูมิ...”

    วินทร์ #2009 : “ก็คือต้นกำเนิดของพุทธศาสนาในเมืองไทย...”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ ทีนี้ลองคิดดูว่า สมมุติว่าพระเจ้าอโศกมหาราชไม่ทรงก่อสงคราม ก็คงไม่เผยแผ่พุทธศาสนามาทางนี้ และสมมุติว่าศาสนาอื่น เช่น ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ หรือศาสนาอิสลามเดินทางมาถึงแผ่นดินสุวรรณภูมิก่อนศาสนาพุทธ จะเกิดอะไรขึ้น? เราก็จะเป็นประเทศคริสต์หรืออิสลามอย่างแน่นอน ตอนนี้บ้านเราก็อาจมีแต่โบสถ์หรือมัสยิด เห็นมั้ยว่ามันต่างกันแค่ช่วงจังหวะเวลาของเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เท่านั้น เช่นกัน สมมุติว่าเจ็งกิสข่านทำสงครามข้ามโลก แล้วเกิดปลงตกเหมือนพระเจ้าอโศกฯ เจอพระภิกษุสักรูป เกิดเลื่อมใสหลักธรรมของพุทธศาสนาขึ้นมา แล้วเผยแผ่พุทธศาสนาไปทั่วยุโรปที่เขายึดครอง ก็เป็นไปได้ที่ตอนนี้พวกฝรั่งนับถือพุทธกันหมด ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า สนใจเรื่องกรรม ป่านนี้ก็อาจมีหลวงพ่อหลวงพี่ตาน้ำข้าววัดใดวัดหนึ่งกำลังเทศน์ให้ชาวบ้านทำบุญและแก้กรรมผ่านบัตรเครดิตหรือแบบหักบัญชีธนาคาร...”

    วินทร์ #3365 : “นี่ก็คือโลกของผมนี่นา!”

    วินทร์ #1001 : “คราวนี้ผมจะสมมุติต่อไปว่าพวกฮีบรูไม่ได้อพยพออกจากอียิปต์เพราะฟาโรห์ทรงอนุญาตให้พวกเขาตั้งถิ่นฐานที่อียิปต์โดยไม่มีปัญหา ไม่ต้องข้ามทะเลแดงไปหาที่อยู่ใหม่ โลกก็คงไม่มีบัญญัติสิบประการ ไม่มีศาสนายิว และแน่นอนเมื่อไม่มีศาสนายิว ก็ย่อมไม่มีศาสนาคริสต์และอิสลาม และความเชื่อเรื่องพระเจ้าก็ไม่เกิดขึ้นในโลก พระเยซูอาจจะยังทรงเป็นศาสดา แต่ไม่ใช่ของคริสต์ศาสนา และจะไม่เป็นสัญลักษณ์ของการไถ่บาปมวลมนุษย์”

    วินทร์ #2009 : “นี่คุณกำลังจะรื้อศาสนาคริสต์ อิิสลามเลยหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “เปล่า ไม่ได้รื้อ แค่วิเคราะห์โครงสร้าง ผมกำลังบอกว่ามันมีตัวแปรเล็ก ๆ คือฟาโรห์ แค่ทรงอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ชาวฮีบรูอยู่ในอียิปต์ต่อไป ก็ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกไปคนละทิศ เป็น Butterfly Effect ที่เปลี่ยนโลก...

    “ทีนี้ลองสมมุติอีก scenario* นึง สมมุติว่าศาสนายิวเกิดขึ้นจริง และเดินทางมาถึงโลกตะวันออกก่อนศาสนาพุทธ จีนและแผ่นดินสุวรรณภูมิทั้งหมดก็อาจจะกลายเป็น ‘คริสต์’ แต่ก็จะเป็น ‘ศาสนาคริสต์’ ที่พระเยซูไม่ทรงเป็นศาสดา เพราะพระองค์ไม่ได้เกิดที่เมืองจีนหรือสุวรรณภูมิ ศาสนาใหม่นี้ก็จะมีศาสดาเป็นบุคคลสำคัญคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเมืองจีนในยุคสมัยนั้น หรือในสถานการณ์การเมืองและสังคมในช่วงนั้น ๆ อาจจะเป็นกวนอูก็ได้”

    วินทร์ #6565 : “อุ้ย! พี่มาแรงอีกแล้ว!”

    วินทร์ #1001 : “ฟังผมให้ดีสิ ผมไม่ได้วิจารณ์ศาสนาและความเชื่อใด ๆ ผมแค่วิเคราะห์ทางเลือกของประวัติศาสตร์ให้ดูแบบ ‘what-if scenario’ ถ้าเราจะถกเรื่องศาสนาเปรียบเทียบกัน ต้องเปิดใจให้กว้าง เถียงกันด้วยเหตุผลและหลักฐาน ถ้าเรายังคุยกันด้วยภาพฝังหัวเดิม ๆ ก็ตีกันเปล่า ๆ คุณรับได้มั้ยล่ะ?”

    วินทร์ #6565 : “ว่าไป พี่ว่าต่อไป...”

    วินทร์ #1001 : “สถานะเทพและนักบุญนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายดาย พระเยซูทรงเป็นมนุษย์ธรรมดาซึ่งมีเมตตาสูง คนจึงรักมาก เป็นศาสดาของศาสนาใหม่คือศาสนาคริสต์ ซึ่งวิวัฒนาการต่อมาจากศาสนายิว พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดา ตัวอย่างมีมากมายในประวัติศาสตร์ ยกตัวอย่างกวนอูก็แล้วกัน ไหน ๆ ก็เอ่ยชื่อเขาแล้ว กวนอูนี่เป็นทหารในสมัยสามก๊ก เป็นชาวอำเภอไก่เหลียง รูปร่างใหญ่ สูงหกศอก ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี ไว้หนวดเคราถึงอก ถือง้าวมังกรเขียว เก่งกาจวิทยายุทธ์ รักความยุติธรรม นิสัยห้าวหาญทระนงองอาจ แต่จุดดีที่สุดคือความกตัญญูรู้คุณคนและซื่อสัตย์เป็นเลิศ ในวัยฉกรรจ์กวนอูพลั้งมือฆ่าปลัดอำเภอและน้าชายตายแล้วหลบหนีการจับกุมอยู่หกปี จนได้พบเล่าปี่และเตียวหุย ทั้งสามสาบานเป็นพี่น้องกันในสวนท้อ กวนอูสร้างวีรกรรมต่าง ๆ มากมายเหมือนจอมยุทธ์ในนิยายกำลังภายในเลย เช่น ร่วมกับเล่าปี่เตียวหุยปราบโจรโพกผ้าเหลืองจนราบคาบ สังหารฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะ สู้กับงันเหลียง-บุนทิว สองทหารเอกของอ้วนเสี้ยว หนีจากก๊วนโจโฉกลับไปหาเล่าปี่ ตอนจับโจโฉได้ก็ปล่อยโจโฉไป เพราะรู้คุณที่เคยชุบเลี้ยงตน แต่ในตอนท้ายกวนอูก็พลาดท่าถูกฝ่ายซุนกวนจับได้ ซุนกวนพยายามเกลี้ยกล่อมให้กวนอูยอมสวามิภักดิ์ แต่ไม่สำเร็จ จึงจำต้องประหารกวนอู หลังกวนอูตาย โจโฉซึ่งอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามยังอาลัยในความซื่อสัตย์กตัญญูรู้คุณของกวนอู...

    “และเช่นเดียวกับบุคคลสำคัญของโลกคนอื่น ๆ ที่ผู้คนรัก กวนอูก็กลายเป็นเทพเจ้า มีคนกราบไหว้บูชา มีศาลเจ้าและวัดที่บูชากวนอูนับพันแห่งในเมืองจีน ไต้หวัน ไทย วัดจีนแถวบ้านผมก็มี ตอนเด็ก ๆ ผมมักไปดูเทพเจ้ากวนอู ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่ากวนอูเป็นใคร แต่คนอื่นไหว้ เราก็ไหว้มั่ง ทั้งวัดจีน แม้แต่อารามเต๋าก็มีกวนอู ชาวพุทธในจีนยกกวนอูเป็นพระโพธิสัตว์...

    “ว่ากันแฟร์ ๆ กวนอูไม่ใช่นักบุญ ฆ่าคนตายไปเยอะ แต่จุดดีของเขาคือความซื่อสัตย์กตัญญูกลบจุดเสียหมด กวนอูถูกประหารชีวิตเหมือนพระเยซู ถ้าจังหวะเหมาะสม ศาสนายิวมาถึงเมืองจีนในช่วงนั้นพอดี กวนอูก็อาจได้เป็นศาสดาของศาสนาใหม่ที่แตกหน่อมาจากศาสนายิว เรียกว่าศาสนากวนอู และสัญลักษณ์ของผู้ไถ่บาปในเวอร์ชั่นจีนก็อาจเป็นทวนของกวนอูไป”

    วินทร์ #6565 : “พูดเล่นไปได้”

    วินทร์ #1001 : “นี่ไม่ใช่เรื่องพูดเล่น มันเป็นไปได้ จะเห็นว่าการศึกษาเรื่องศาสนาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ที่มาของมันก่อน ต้องรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สภาพสังคม และอื่น ๆ จึงทำให้เห็นภาพชัดขึ้น ในโลกที่มีคนจำนวนมากอยู่ห่างกันคนละประเทศคนละทวีป ย่อมเกิดระบบศาสนาต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดต่างกันออกไป บ้างรวมศีลธรรมเข้ากับเทวนิยม บ้างรวมศีลธรรมกับปรัชญาการดำเนินชีวิตบางอย่าง บ้างรวมเข้ากับบุคคลพิเศษ ฯลฯ ก็กลายเป็นภาพที่เราเห็นในวันนี้ เมื่อเราพิจารณาศึกษาจนเข้าใจทุกหลักการ แล้วจึงค่อยเลือกหรือไม่เลือกศาสนา ก่อนจะเลือกทางเดินของเราจริง ๆ ก็ต้องปลอดจากกรอบคิดเดิม ๆ ต้องได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อน โลกเรามีบุคคลสำคัญมากมายที่กลายเป็นนักบุญ กลายเป็นผู้วิเศษ นี่บอกว่า เราชอบสมมุติมนุษย์เป็นเทพ และยึดติด ถ้าเราไม่ระวัง ก็จะบูชาเทพโดยไม่รู้ที่มาที่ไป กลายเป็นบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติไปโดยไม่รู้ตัว ทีนี้แม้แต่เทพสัตว์ก็ไหว้ได้”

    วินทร์ #6565 : “แปลว่าอะไร - เทพสัตว์ ?”

    วินทร์ #1001 : “ก็สัตว์ที่มนุษย์ยกให้เป็นเทพไง”

    วินทร์ #6565 : “คุณล้อเล่นรึเปล่า?”

    วินทร์ #1001 : “เปล่าเลย ถ้าเราไหว้วัวสามขา ลิงสองหัว ไหว้แผ่นเจลลดไข้ได้ ทำไมจึงไหว้สัตว์ไม่ได้”

    วินทร์ #6565 : “อุ้ย! พี่นี่กวาดไปทั่ว ข้าน้อยนับถือที่พี่ไม่กลัวหัวแตก!”

    วินทร์ #4411 : “ตกลงสัตว์อะไรบ้างกลายเป็นเทพ?”

    วินทร์ #1001 : “ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขายกย่องแมวเพราะสามารถฆ่างูพิษได้ ยกย่องขนาดมีเทพธิดาแมวที่เรียกว่า Bastet เป็นเทพธิดาศีรษะเป็นแมว มีพิธีบูชาเทพธิดาแมว ถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นแม่”

    วินทร์ #6565 : “ความเป็นแม่? ยังไงครับ?”

    วินทร์ #1001 : “ก็เพราะแมวออกลูกทีละครอก ผู้หญิงที่อยากได้ลูกก็ต้องไปขอพรจากเทพธิดาแมว ชาวอียิปต์โบราณบางที่ดูแลแมวยิ่งกว่าเมีย เมื่อแมวตาย มีการไว้ทุกข์ให้แมว บางเมืองมีประเพณีคนโกนคิ้วเพื่อไว้ทุกข์ให้แมว ใครฆ่าแมวมีโทษประหารชีวิต สมัยนั้นมีรูปปั้นแมว มีตะกรุดแมวไว้บูชา เหมือนคนสมัยนี้บูชาพระเครื่องกัน ชาวบ้านชาวเมืองก็บูชาขอพรจากแมว...

    “มองแบบนี้จะเห็นว่า จะนับถือศาสนาอะไรก็ได้ทั้งนั้น แต่ควรศึกษาอย่างถ่องแท้เสียก่อน การศึกษาศาสนาเปรียบเทียบเป็นเรื่องจำเป็น ในความเห็นของผม ศึกษาศาสนาแค่ในมุมมองของมนุษย์ยังไม่พอ ต้องศึกษาในมุมกว้างกว่านี้อีก”

    วินทร์ #6565 : “กว้างกว่านี้? มีกว้างกว่านี้อีกหรือ?”

    วินทร์ #1001 : “เรายังต้องมองศาสนาในมุมของยีน พันธุกรรม เราไม่อาจสรุปว่าการมีศาสนาเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูหรือสภาพแวดล้อม หรือ nurture อย่างเดียว เราต้องไม่ลืมปัจจัย nature ด้วย มีสมมุติฐานที่เสนอว่า ความเชื่อในศาสนาอาจเกิดจากการกำหนดของโครงสร้างสมอง ก็มาที่เรื่องยีนอีกนั่นแหละ”

    วินทร์ #2009 : “ที่เรียกว่า The God gene?”

    วินทร์ #1001 : “ใช่ สมมุติฐานนี้มาจากนักพันธุกรรมศาสตร์ ที่เสนอว่ายีนบางตัวอาจทำให้มนุษย์รู้สึกว่าตนสัมผัสกับความลึกลับทางจิตวิญญาณบางอย่าง”

    วินทร์ #2009 : “ยังอีกไกลกว่าเราจะรู้เรื่องนี้จริง ๆ”

    (ยังมีต่อ)

    วินทร์ เลียววาริณ
    20-9-26

    จากหนังสือ วินทร์-วินทร์ Situation
    สารคดีเกี่ยวกับปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ 
    อ่านฟรีที่เพจนี้ก็ได้ แต่ถ้าเก็บไว้เป็นเล่ม ก็อ่านได้ถึงลูกหลาน 
    ราคาแค่ 225.- เท่านั้น หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

    สั่งซื้อได้ที่ https://www.winbookclub.com/store/detail/141/วินทร์-วินทร์%20Situation 

    ท่านที่สั่งซื้อทางเว็บและโอนเงินแล้ว อย่าลืมส่งหลักฐานไปที่อีเมล order@winbookclub.com  มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจไม่รู้ว่ามีการสั่งซื้อ หลังจากนั้นจะได้รับคำยืนยันจากสำนักพิมพ์ว่าได้รับเงิน

    1
    • 0 แชร์
    • 4

บทความล่าสุด