• วินทร์ เลียววาริณ
    0 วันที่ผ่านมา

    (หมายเหตุ บทความนี้อยู่ในหนังสือ เดินไปให้สุดฝัน ไม่ได้อยู่ในเล่ม ชีวิตที่ดี แต่กำลังพิจารณาว่าในอนาคตอาจรวมเรื่องนี้เข้าไปในเล่ม ชีวิตที่ดี เพื่อให้เป็นหนังสืองานศพที่สมบูรณ์ ที่นำมาให้อ่านนี้เป็นฉบับย่อความ เพราะต้นฉบับยาวมาก)

    ผมนั่งรอในห้องนั้นนานแล้ว ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้สองตัว ด้านหนึ่งเป็นชั้นหนังสือ แสงไฟจากหลอดไฟสีขาวยิ่งทำให้ห้องนั้นสว่างโพลนกว่าเดิม ผมไม่อยากเชื่อว่าห้องทำงานของนักวาดการ์ตูนยิ่งใหญ่คนหนึ่งของเมืองไทยจะเรียบง่ายเช่นนี้

    ในที่สุดเจ้าของห้องก็ก้าวเข้ามา ผมยกมือไหว้เขา ศิลปินร่างใหญ่ในวัยปลายสามสิบถาม "มีงานอะไรมาเสนอหรือน้อง?"

    "ผมมีต้นฉบับนิยายภาพครับ"

    "ไหนขอดูหน่อยซิ"

    ผมยื่นแฟ้มกระดาษสีฟ้าอ่อนให้เขา เขาเปิดกระดาษฟูลสแก็ปที่ห่อหุ้มต้นฉบับออกมา ภายในนั้นเป็นปึกกระดาษอาร์ตมันขนาดใหญ่กว่า เอ 4 เล็กน้อย ภาพบนกระดาษแผ่นแรกเป็นรูปเรือดำน้ำ มนุษย์กบถือฉมวกว่ายฝ่าฝูงปลา

    เขามองชื่อเรื่อง เอ่ยขึ้นเบา ๆ "ราชการลับใต้สมุทร อืม! นี่มันเรื่องอะไร..."

    "นิยายวิทยาศาสตร์ครับ"

    เขาพลิกดูงานทีละหน้าจนจบ ไม่ได้วิจารณ์งานสักคำ เพียงแต่เอ่ยว่า "นิตยสารของเราไม่รับงานแบบนี้..."

    ผมรู้สึกผิดหวัง แต่ฝืนยิ้ม

    เขามองหน้าผม "ลองไปที่สำนักพิมพ์..."

    เขาเอ่ยชื่อสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง "...ที่นั่นกำลังออกแม็กกาซีนการ์ตูนใหม่ ได้ยินว่าต้องการต้นฉบับ"

    ผมเอ่ยคำขอบคุณเขาและจากที่นั่นมา

    .........................  

    สำนักพิมพ์แห่งที่สองที่ผมไปเยือนใช้เวลาสั้นมากในการพิจารณาอนาคตของ ราชการลับใต้สมุทร จะบอกว่าไม่ได้ดูงานเลยก็ได้ พวกเขาไม่ได้ให้เหตุผลประกอบ

    บางทีนิยายภาพเรื่องนี้อาจจะแย่จริง ๆ ก็ได้

    ผมนั่งพลิกต้นฉบับในมือทีละหน้า ไม่รู้ว่าเรื่องมันเลวร้ายตรงจุดไหน หรือทั้งหมด?

    ราชการลับใต้สมุทร เป็นการผจญภัยของกัปตันชาคร ผู้ซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการลับที่ทะเลลึกในอ่าวไทย เมื่อสองวันก่อนเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจประสบอุบัติเหตุตกกลางอ่าวไทยระหว่างการขนถ่ายวัตถุลึกลับชิ้นหนึ่ง

    กัปตันชาครได้รับแจ้งเพียงว่าวัตถุนั้นเรียกเป็นรหัสว่า C-17 เป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของนักวิทยาศาสตร์ไทยคนหนึ่ง โดยการสังเคราะห์แร่โคบอลต์ ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางนิวเคลียร์ C-17 ไม่ได้ถูกทำลายไปเพราะนักบินทิ้งมันลงน้ำก่อนเฮลิคอปเตอร์ระเบิด

    กัปตันหนุ่มเดินทางด้วยเรือดำน้ำไปกู้วัตถุดังกล่าว เขาดำดิ่งลงไปในความเยือกเย็นของน้ำ ชาครไม่ได้พบสิ่งที่กำลังตามหา หากเจอเรือดำน้ำลึกลับลำหนึ่ง

    เขาถูกจับและต่อสู้กับเหล่าร้ายต่างชาติที่มีแผนการร้ายต่อชาติไทย มีการไล่ล่ากันในน้ำอย่างดุเดือด ในท้ายเรื่องเขาก็ทำลายศัตรูต่างชาติสำเร็จ

    ผ่านไปสามสิบปี ผมอ่าน ราชการลับใต้สมุทร อีกครั้ง พบว่าพล็อตเรื่องหลวมมากและเต็มไปด้วยความบังเอิญ แต่สำหรับคนที่เพิ่งหัดแต่งนิยายในวัยไม่ถึงยี่สิบ ผมเชื่อมั่นว่ามันเป็นสุดยอดของความตื่นเต้น ประเภท 'โอ! พี่คิดได้ไง'

    ไม่เข้าใจว่าทำมั้ย-ทำไมพวกเขาไม่ยอมตีพิมพ์ 'งานดี ๆ' แบบนี้!

    .........................

    ผมนั่งบนเก้าอี้เก่าในซอกมืดของตึกแถวเล็ก ๆ มือกุมแฟ้มกระดาษวางบนหัวเข่า โต๊ะทำงานหลายตัววางเต็มพื้นที่ มองไปรอบตัวเห็นกองหนังสือระเกะระกะ ล้วนเป็นนิยายภาพที่พิมพ์เสร็จแล้วมัดเป็นกอง ๆ คนงานสองสามคนเดินผ่านไปมา เสียงแท่นพิมพ์กำลังครางขณะที่สายพานเคลื่อนกระดาษเปล่าเข้าไปด้านหนึ่ง และอัดหมึกดำส่งออกมาอีกด้านหนึ่ง

    เป็นการแบกต้นฉบับมาเร่ขายเป็นครั้งที่สาม

    หญิงสาวคนหนึ่งเดินมาบอกผม "ผู้จัดการให้พบแล้วค่ะ"

    ผู้จัดการเป็นคนหนุ่มวัยราวสามสิบ ท่าทางเหมือนคนที่ยุ่งทั้งปีทั้งชาติ

    เขาถามสั้น ๆ ว่า "มีอะไรหรือ?"

    "ผมมีนิยายภาพมาเสนอครับ"

    เขาพลิกต้นฉบับดูสองสามแผ่น "นี่มันเรื่องอะไร?"

    "นิยายวิทยาศาสตร์ครับ"

    ท่าทางเขาเหมือนปลาดุกถูกไม้ทุบหัว "อะไรนะ? นิยายวิทยาศาสตร์?"

    ผมเรียนรู้ในนาทีนั้นว่า คำว่า 'นิยายวิทยาศาสตร์' เป็นคำต้องห้าม

    "เอ้อ! เป็นเรื่องการผจญภัยใต้สมุทรเกี่ยวกับการค้นพบระเบิด..."

    เขาส่ายหน้า ถอนหายใจ "น้องไม่มีเรื่องผีหรือ?"

    "ไม่มีครับ"

    เขาวางต้นฉบับลง "เรื่องแบบนี้ขายไม่ได้"

    ผมเงียบ เขาคงสังเกตเห็นสีหน้าท้อแท้ของผมออก

    "นี่น้องกลับบ้านไปเขียนเรื่องผีมา"

    "เรื่องผี?"

    "ผีตาโบ๋ ผีหลอก ผีตายทั้งกลม ผีอะไรก็ได้ ตลาดต้องการเรื่องผี..."

    เขาคงไม่รู้ว่าผมเป็นคนกลัวผี

    ผมมองแท่นพิมพ์ที่กำลังทำงาน คนงานดึงกระดาษเปื้อนหมึกที่พิมพ์เสียขยำทิ้งที่มุมหนึ่ง จะว่าไปแล้ว ต้นฉบับนิยายภาพในมือของผมก็ไม่ต่างอะไรจากกระดาษเปื้อนหมึกเบื้องหน้า

    ผมเก็บต้นฉบับใส่แฟ้ม และกลับบ้านอย่างเงื่องหงอย

    นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินประโยคอมตะว่า "เรื่องแบบนี้ขายไม่ได้"

    ผมแทบหมดกำลังใจเมื่อนึกถึงนิยายภาพวิทยาศาสตร์เรื่องอื่นที่ผมเขียนในช่วงเวลาเดียวกับเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องใดเข้าข่ายเรื่องผีเลย

    ในเมื่อเขาเป็นเจ้าของเกม ผมมีอยู่สองทางเลือกคือ เลิกคิดเขียนนิยายภาพเสีย หรือเขียนอย่างที่ตลาดต้องการ

    ผมไม่อยากเดินทั้งสองทาง

    .........................

    อีกครั้งผมนั่งบนเก้าอี้เก่าตัวเดิมในซอกมืดเดิม มือกุมแฟ้มกระดาษวางบนหัวเข่า มองไปรอบตัว หนังสือนิยายภาพที่พิมพ์เสร็จแล้วกองระเกะระกะ

    หลายเดือนที่ผ่านมา ผมคิดถึงเรื่องที่จะเดินหน้าต่อไปหรือล้มเลิกความคิดเขียนนิยายภาพเสีย แต่ในที่สุด ความอยากสร้างสรรค์งานก็มีมากกว่า

    ผมใช้เวลานานในการคิดหาโครงเรื่องเกี่ยวกับผี ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผมสนใจมาก่อน

    ผมนั่งรอนานจนแทบหมดความอดทน ในที่สุดพนักงานคนหนึ่งก็มาแจ้งว่า "ผู้จัดการให้พบแล้วค่ะ"

    มองไปที่กองหนังสือมุมห้อง ปกนิยายภาพเหล่านั้นเป็นรูปผีตาโบ๋ ผีหลอก ผีตายทั้งกลม...

    "ผมเอาต้นฉบับมาเสนอครับ"

    "เรื่องผี?"

    "ใช่ครับ เรื่องผี"

    เขาหยิบไปพลิกอ่านไม่นาน "อืม! หมู่บ้านผีสิง..."

    "เรื่องของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ทุกคนเป็นผีหมด..."

    "โอเค ใช้ได้ เอาเท่าไหร่?"

    ผมไม่เคยนึกว่า ถึงบทจะซื้อก็ซื้อกันอย่างง่าย ๆ อย่างนี้

    "ไม่ทราบครับ"

    "เอาไปสี่ร้อยแล้วกัน"

    "ครับ"

    "แล้วเขียนเรื่องผีมาส่งอีกนะ"

    "ครับ"

    .........................

    ผมเดินผ่านแผงขายการ์ตูนทุกวัน จนวันหนึ่ง หมู่บ้านผีสิง ก็ปรากฏในสายตา ราคาเล่มละหนึ่งบาท ผมซื้อหนึ่งเล่ม

    หักค่าหนังสือหนึ่งบาทเหลือ 399 บาท เป็นค่าเรื่องครั้งแรกในชีวิต

    ค่าเรื่องไม่มาก แต่ไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เรียนรู้

    นิยายภาพเรื่องที่สอง สาม สี่ ห้าที่ตามมาติด ๆ ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์...

    ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเลิกก้าวต่อไปในทิศทางนั้น ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร ที่แน่ ๆ คือไม่ใช่เพราะค่าเรื่องน้อยแน่นอน

    ผ่านมาห้าสิบกว่าปีถึงวันนี้ ผมไม่เสียใจที่ ราชการลับใต้สมุทร ไม่ได้รับการตีพิมพ์ ตรงกันข้ามกลับดีใจที่มันเปิดตาผมออกกว้างตั้งแต่เวลานั้น

    แม้งานนิยายภาพเรื่องแรกที่ผมเขียนนั้นไม่ได้มีคุณค่าทั้งทางศิลปะและการตลาด แต่ทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกท้อแท้ของศิลปินในยามที่ถูกปฏิเสธงาน ไม่ว่าเป็นศิลปินระดับไร้ชื่อทั้งเวลาอยู่และตาย หรือระดับไร้ชื่อตอนยังอยู่และมีชื่อเสียงหลังตายเช่น วินเซนต์ แวน โก๊ะห์

    พวกเขาเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ไม่เลือกเดินทางสายที่ปูลาดด้วยใบสั่งซื้อ

    เมื่องานของพวกเขาถูกปฏิเสธ พวกเขาก็ลุกขึ้นมาเงียบ ๆ และทำงานที่ตนเองเชื่อต่อไป

    และผมดีใจที่ผมหลุดออกมาจาก 'หมู่บ้านผีสิง' ได้

    วินทร์ เลียววาริณ
    25-6-26

    0
    • 0 แชร์
    • 9

บทความล่าสุด